ผู้เขียน หัวข้อ: (ห้ามพลาดครับ) พระอาจารย์ตั๋น วัดบุญญาวาส สอนศิษย์พระปราโมทย์  (อ่าน 8605 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สว่าง

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1002
  • ได้รับการอนุโมทนา 32
จากกระทู้ "สมาธินี้มีความสำคัญ ..คนตาบอดจะบอกทางได้อย่างไร" โดยคุณอนุตตริยะ เว็บลานธรรมสวนะ

http://larndharma.org/index.php?/topic/695-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%88/
ผมได้รวบรวมประเด็นที่สำคัญของท่านปราโมทย์ไว้ในกระทู้ "รู้ทัน ปาโมชฺโช"
http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=1836.0

ทุกท่านมีปัญญา ไม่จำเป็นต้องคิดตามผม แต่ผมอยากให้ท่านได้คิด

hangman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2370
  • ได้รับการอนุโมทนา 23
ผมว่าศิทย์สวนไม่อยากฟังหรอกครับ เพราะฟังแล้วเหมือนตัวเองถูกถีบหงายท้อง ไม่ยอมรับที่ว่าตัวเองปฏิบัติตามบร๊ะปรามูตร ผิดหรอก ก็บร๊ะปรามูตรเป็นอริเยิ้ม สอนถูกวันยังค่ำ

The fox

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 18
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
เีดี๋ยวศิษย์สวนฟังไปแล้วก็หาเหตุผลอะไรซักอย่างมาแถ แล้วก็สรุปว่า "สอนเหมือนกัน"

เกือบไปแล้ว

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 167
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
กำลังฟัง แต่เลยตอนที่พูดถึงดูจิตแล้วอ่ะ
คิดเหมือนคุณ The fox ว่า ศิษย์สวนก็จะสรุปว่า "สอนเหมือนกัน" อยู่ดี  :P
(ถ้ามีศิษย์สวนหลงมาฟังนะ แต่คงไม่ค่อยอยากฟังหรอก หุ หุ)

สว่าง

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1002
  • ได้รับการอนุโมทนา 32
เป็นไปไม่ได้ครับที่จะสอนเหมือนกัน

ท่านปราโมทย์สอนไว้ชัดเจนว่า

ก่อนรู้ อย่าดักรู้
ระหว่างรู้ ไม่แทรกแซง
รู้แล้ว จบลงที่รู้

ใครบอกว่าสอนเหมือนกันแสดงว่ากำลังเกิด "แถระสัญญา" แล้วล่ะครับ  ;D
ผมได้รวบรวมประเด็นที่สำคัญของท่านปราโมทย์ไว้ในกระทู้ "รู้ทัน ปาโมชฺโช"
http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=1836.0

ทุกท่านมีปัญญา ไม่จำเป็นต้องคิดตามผม แต่ผมอยากให้ท่านได้คิด

abacus

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 181
  • ได้รับการอนุโมทนา 2
ขอบคุณมากค่ะ คุณสว่าง คุณ Armeros
ดีมากๆเลย สาธุๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2010, 04:05:49 pm โดย abacus »

ผ่านมาเฉยๆ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 572
  • ได้รับการอนุโมทนา 10
  • รูปนี้มีข้อความและความหมายลึกซึ้งยิ่ง จริงๆนะ
อ่า
มีใครเอาไปลงในพันดริ๊ฟรึยังครับ
นักเลงธรรมตัวจริง ต้องไม่ทิ้งตำรา แต่ก็ไม่ใช่จะเอาแต่พึ่งตำรา...
ว่าแต่ข้อความในรูปนั้นอ่านว่าอะไรเนี่ย
ลืมไปแล้วอ่า
5555
แย่จริงๆ

meo

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
สาธุค่ะ ..กำลังคิดว่าจะมีใครแกะให้อ่านบ้างไหม...ก็เห็นคุณ Ameros พอดี... please.....ขอบคุณทั้ง จขกท และ Ameros 

meditation

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 255
  • ได้รับการอนุโมทนา 3
ใครมีล็อคอินในพันทิพช่วยเอาไปลงด้วยครับ :D

ผ่านมาเฉยๆ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 572
  • ได้รับการอนุโมทนา 10
  • รูปนี้มีข้อความและความหมายลึกซึ้งยิ่ง จริงๆนะ

ไม่รู้จะมีข่าว อ.ตั๋น โดนคุณไสยฯ รึ อิจฉากันมั้ยน้อ
เล่นกับครูบาอาจารย์นี่นรกนะครับ
เออ จดหมายฉบับเต็มนี่เงียบไปเลยแฮะ
เอากระแสคำตัดสินมาบังตาเหรอ
ไม่สำเร็จหรอกครับ
อย่าลืมนะครับ หลักฐานมีอีกเยอะเลย
อย่าเพิ่งตีปีกเลยนะจ๊ะ
นักเลงธรรมตัวจริง ต้องไม่ทิ้งตำรา แต่ก็ไม่ใช่จะเอาแต่พึ่งตำรา...
ว่าแต่ข้อความในรูปนั้นอ่านว่าอะไรเนี่ย
ลืมไปแล้วอ่า
5555
แย่จริงๆ

วิโมกข์

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 386
  • ได้รับการอนุโมทนา 13
อ่านแล้ว ฟังแล้ว โดนจังๆ มากเลยค่ะ

ขอบคุณ คุณสว่าง คุณอาร์ม ที่เอามาลงค่ะ _/\_

ตรงประเด็น

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 844
  • ได้รับการอนุโมทนา 18

เวลาที่เขาจะทำให้นมมีปริมาณสารอาหารโปรตีนสูงขึ้นด้วยเครื่องตรวจ เขาจะใส่เมลานีนผสม เพื่อให้นมที่เดิมมีคุณภาพต่ำดูดีขึ้นเมื่อตรวจด้วยเครื่องตรวจ

และ นมผสมเมลานีน นี่ดูยาก... มองผ่านๆ เมลานีนกับนมผง มันก็เหมือนๆกัน

กินไปก็ไม่รู้สึกอะไรมาก เพียงแต่เด็กจะน้ำหนักไม่ขึ้น และ ไม่สบายง่าย... มารู้เอาชัดเจน ตอนไตวาย









สว่าง

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1002
  • ได้รับการอนุโมทนา 32
ขอให้มีคน "อ่านให้ดีๆ" แล้ว "ตื่น" ขึ้นมาจริงๆ เสียทีครับ

ผมได้รวบรวมประเด็นที่สำคัญของท่านปราโมทย์ไว้ในกระทู้ "รู้ทัน ปาโมชฺโช"
http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=1836.0

ทุกท่านมีปัญญา ไม่จำเป็นต้องคิดตามผม แต่ผมอยากให้ท่านได้คิด

zakii

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 28
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
http://www.watboonyawad.com/voice/QA/10092553.mp3

ฟังแล้ว มีประโยชน์เพิ่มปัญญาอย่างมากครับ  :D

abacus

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 181
  • ได้รับการอนุโมทนา 2
จุดที่ควรจะมองคือ คำสอน ไม่ได้ "ขัดแย้ง" กัน จากศิษย์สวนฯ
---------------------------------------------------

เออ โง่ขนาดนั้นก็ปล่อยไป ไม่ได้แค่โดนเค้าหลอกอย่างเดียว ร่วมกันหลอกคนอื่นต่อไป

และพร้อมกันนั้นก็สนับสนุนคนที่ไม่กตัญญูต่อพระพุทธเจ้า สนับสนุนคนทำลายศาสนา


meditation

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 255
  • ได้รับการอนุโมทนา 3

keboros

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 53
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
แล้ว ที่ท่านกล่าว่า

คนตาบอด คนว่ายน้ำไม่เป็น

ท่านกล่าวถึงใคร ศิษย์สวนสันติธรรม ไม่คิดบ้างเรอะ

ครูบาอาจารย์พูดชัดขนาดนี้แล้ว ยังเอาลูกตุ้มถ่วงหูอีก ผมก็บ้ายบายแล้วครับ

สว่าง

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1002
  • ได้รับการอนุโมทนา 32
หยิบมาแย้งแต่เรื่อง "สมาธิ"
ไม่เห็นใครอธิบายแย้งเรื่อง "แทรกแซง" กับ "คิดพิจารณา" เลย

ผมได้รวบรวมประเด็นที่สำคัญของท่านปราโมทย์ไว้ในกระทู้ "รู้ทัน ปาโมชฺโช"
http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=1836.0

ทุกท่านมีปัญญา ไม่จำเป็นต้องคิดตามผม แต่ผมอยากให้ท่านได้คิด

สว่าง

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1002
  • ได้รับการอนุโมทนา 32
 please.

อนุโมทนาครับ อ.อาร์ม

คำสอนของท่าน เหมือนกับหลวงพ่อสงบเลยครับ
ผมได้รวบรวมประเด็นที่สำคัญของท่านปราโมทย์ไว้ในกระทู้ "รู้ทัน ปาโมชฺโช"
http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=1836.0

ทุกท่านมีปัญญา ไม่จำเป็นต้องคิดตามผม แต่ผมอยากให้ท่านได้คิด

vivatv

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 166
  • ได้รับการอนุโมทนา 8
ใจเย็นครับคุณ Armeros

ผมว่าเขาใช้ "กับดักทางจิตวิทยา" ง่ายๆ เท่านั้นล่ะครับ คือมาบอกว่า "เ้หมือนกัน" เืพื่อให้คนที่ยังไม่ฟัง และขึ้เกียจฟังเชื่อ และไปพูดต่อๆ กันว่า "เหมือนกันๆ" แล้วประเด็นก็จะได้สงบไป ก็เหมือนกับกรณีหลวงพ่อสงบล่ะครับ ที่ตอนแรกก็บอกว่า "เหมือนกันๆ" ให้ลือๆ กันไป ต่อมาก็ "หลวงพ่อฟังไม่ครบๆ" และสุดท้าย "ลูกศิษย์ตีความผิดๆ" คนที่ไม่ต้องการค้นหาความจริงก็เออออห่อหมกกันไป
ส่วนตัวผม ซึ่งฟังโดยไม่มีความโน้มเอียงไปทางใด เห็นว่าท่านไม่เห็นด้วยกับแนวทางสวนสันติธรรม 100% ครับ แต่เมื่อท่านสงบนิ่งฯ บอกว่าแล้วแต่การตีความ ผมเลยปล่อยเลยตามเลยไปครับ ใครอยากรู้ก็ไปฟังเอง

ว่าแต่ จะแซวหลายทีแล้วนะครับ ชื่อคุณ Armeros นี่ พอแยกเป็น Arm - Eros แล้วจั๊กกะเดี๋ยมจริงๆ  ;)

สงบนิ่ง 2 me

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 382
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
เรียน ท่านvivatv ขอรับ

พระอาจารย์ตั๋นท่านก็ฝึกหัดปฏิบัติตามจารีตประเพณีของพระป่า คือเริ่มด้วยสมถะเพื่อความสงบ แล้วนำกำลังสมาธินั้น มาพิจารณาจนเกิด วิปัสสนาปัญญา คือใช้ประโยชน์ของสมาธิเพื่อการงาน การดำรงชีวิต ท่านมองเห็นประโยชน์ จากสมถะแล้วไปสู่วิปัสสนา

แต่ของสวนสันติธรรม เป็นการสอนให้เจริญปัญญามุ่งไปที่วิปัสสนาก่อน โดยอาศัย ธัมวิจย จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐานเป็นหลัก ดูกายบ้าง แต่เน้นที่ดูจิต ดูเจตสิก แต่มองสมถะเป็นเพียงวิหารธรรม มุงที่ไตรลักษณ์ของกายใจ ขอรับ

ทั้งสองแนวทางต่างมีวิธีการปลีกย่อยที่แตกต่าง ขอรับ

ใครที่มีโอกาสฝึกทั้งสามแนวทางจะเข้าใจ โดยไม่ต้องไปเถียงกับใครเลย


หวังว่า ท่าน คงจะเข้าใจ ขอรับ
ต่างเป็นแนวทางที่ พระพุทธเจ้าสอนไว้
แต่ถ้าพิจารณาให้ดี สมัยพุทธกาล ก่อนมีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น
ก็มีฤาษี พราหมณ์ นั่งสมาธิ ขั้นรูปฌาน อรูปฌาน กันเป้นปกติ แต่ก็ไม่ใช่ทางหลุดพ้น

ต้องศึกษาของ พระสูตร ธัมมจักร  ในนั้นมีกุญแจสำคัญที่ แตกต่างจากแนวทางเดิมๆ ขอรับ

สว่าง

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1002
  • ได้รับการอนุโมทนา 32

ใครที่มีโอกาสฝึกทั้งสามแนวทางจะเข้าใจ โดยไม่ต้องไปเถียงกับใครเลย




อย่าลืมดูหนังสือวิธีการปฏิบัติธรรมประกอบกับหนังสือทางเอกด้วยนะครับ
จะได้ไม่หมิ่นเหม่ต่อการปกป้องคนผิดครับ









ครูบาอาจารย์ไม่มีใครเถียงใครนิครับ
มีแต่ชี้ถูกชี้ผิด

สอนผิด ก็ว่าสอนผิด

แค่นั้น
ผมได้รวบรวมประเด็นที่สำคัญของท่านปราโมทย์ไว้ในกระทู้ "รู้ทัน ปาโมชฺโช"
http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=1836.0

ทุกท่านมีปัญญา ไม่จำเป็นต้องคิดตามผม แต่ผมอยากให้ท่านได้คิด

สงบนิ่ง 2 me

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 382
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
ท่านสว่าง นิมนต์ให้พระอาจารย์ตั๋นเทศน์เรื่อง วิปัสสนาก่อนสมถะได้ไหม ขอรับ
รับรองว่า วิธีการปฏิบัติ จะไม่เหมือนเดิม ขอรับ

544

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 16
  • ได้รับการอนุโมทนา 1
คุณ สงบนิ่ง 2 me ถามพระอาจารย์ตั๋นโดยตรงเองเลยซิครับ จะตอบกี่ครั้งท่านก็ตอบอยู่บนหลักการเดิม
คุณ สงบนิ่ง 2 me เอาเทปไปอัดมาเลยถ้าท่านตอบไม่เหมือนเดิมจะได้รู้กันทุกคน อย่ามามั่วว่าพระอาจารย์ตั๋นจะสอนไม่เหมือนเดิม

อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15
ท่านสว่าง นิมนต์ให้พระอาจารย์ตั๋นเทศน์เรื่อง วิปัสสนาก่อนสมถะได้ไหม ขอรับ
รับรองว่า วิธีการปฏิบัติ จะไม่เหมือนเดิม ขอรับ

จะเรียนชั้น ป.6  ก็ต้องเรียนให้จบชั้น ป.4 เสียก่อน

สมถะยังไม่เป็น  แต่จะข้ามไปเรียนวิปัสสนา  มันก็เป็นได้แค่ " วิปัสสนึก "   เท่านั้นเเหละครับท่าน


สงบนิ่ง 2 me

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 382
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง  เป็นตัวอย่างที่ดี ที่เข้าใจพระพุทธเจ้า สอนให้ทำสมถะก่อนวิปัสสนาอย่างเดียว
ลองไปหาคำตอบเก่าๆ ขอรับ ว่า พระพุทธเจ้าสอน สองแนวทางขอรับ

สมถะ่ก่อนวิปัสสนา
วิปัสสนาก่อนสมถะ
ทำคู่กันไป

ขอให้รับทราบความรู้ตรงนี้ ขอรับ

แต่ก็ขอขอบคุณที่เป็นตัวอย่างที่ดี ว่าท่านไม่เข้าใจพุทธพจน์จริงๆ

humble

  • media
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 348
  • ได้รับการอนุโมทนา 13
อ้างถึง
สมถะก่อนวิปัสสนา
วิปัสสนาก่อนสมถะ
ทำคู่กันไป

คำว่า "ก่อน" ช่วยอธิบายด้วยครับว่าหมายถึงอะไร

จะให้ฝึกสมถะไปสิบปีก่อน แล้วจึงหันฝึกวิปัสสนา
หรือจะฝึกวิปัสสนาไปสิบปีก่อน แล้วจึงหันมาฝึกสมถะ

หรือแปลว่า ในการฝึกแต่ละครั้ง พอนั่งหลับตาลงหรือเดินจงกรม ให้ฝึกสมถะก่อนแล้วตามด้วยวิปัสสนา หรือให้ฝึกวิปัสสนาก่อนแล้วตามด้วยสมถะ

ส่วนที่ว่าฝึกควบคู่กันไป หมายถึงยังไง ฝึกวิปัสสนากับสมถะไปในจังหวะเวลาเดียวกันได้หรือไม่

สำหรับผม คำว่าก่อนหลัง มันเป็นแค่ภาษาพูด แต่เวลาปฏิบัติจริงมันใช้ทั้งคู่ แล้วแต่จังหวะเวลา แล้วแต่เหตุการณ์

เพื่อเอาชนะกิเลสให้ได้ คนที่ฉลาด ต้องรู้จักฉลาดเลือกวิธีฝึกด้วย

สงบนิ่ง 2 me

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 382
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
คุณ humble  ก็ให้ไปถามครูอาจารย์ไงเล่า
ถามลพ สงบก็ได้ ว่า สามประโยคนี้ ต่างกันอย่างไร
ไม่ต้องถึงสิบปีหรอก  ท

ทำสมถะก่อนวิปัสสนา แปลว่า ทำจิตให้สงบระงับตั้งมั่นแล้วเจริญปัญญา
ทำวิปัสสนาก่อนสมถะ แปลว่า พิจารณา หรือ รู้ หรือ คิด เจริญปัญญาก่อน แล้ว ปฏิบัติสมถะเพื่อเป้นวิหารธรรมเท่านั้น

เพราะคุณคุ้นเคยแต่ สมถะก่อนวิปัสสนา ก็เลยมีคำถามเรื่องเวลา
จริงๆแล้วไม่ได้มีกฏเกณฑ์เรื่องเวลา แต่เป้นเรื่องของผลการปฏิบัติ

ก่อนหลังมันเป้นทั้งภาษาพูด และเป้นภาษาที่เข้าใจตรงกันว่า
ถ้าวิปัสสนาก่อนสมถะนั้น ก็คือเจริญปัญญาก่อน ชัดเจนแล้ว

ที่วิวาทะมาปีกว่า ก้คิดไปเองว่า ต้องสมถะก่อนวิปัสสนาเท่านั้น
เพราะอ่อนปริยัติ ไม่ึศึกษาพุทธพจน์เป็นเหตุ

อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15
อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง  เป็นตัวอย่างที่ดี ที่เข้าใจพระพุทธเจ้า สอนให้ทำสมถะก่อนวิปัสสนาอย่างเดียว
ลองไปหาคำตอบเก่าๆ ขอรับ ว่า พระพุทธเจ้าสอน สองแนวทางขอรับ

สมถะ่ก่อนวิปัสสนา
วิปัสสนาก่อนสมถะ
ทำคู่กันไป

ขอให้รับทราบความรู้ตรงนี้ ขอรับ

แต่ก็ขอขอบคุณที่เป็นตัวอย่างที่ดี ว่าท่านไม่เข้าใจพุทธพจน์จริงๆ

แล้วท่านสงบนิ่ง  สามารถเข้าใจพุทธพจน์ได้จริงๆหรือเปล่าล่ะ

ท่านกล้ายืนยันไหมว่า  ท่านเข้าใจพุทธพจน์จริงๆ

ท่านกล้ายืนยันไหมล่ะ  ถ้ากล้าก็ยืนยันมาเลยว่าท่านสามารถเข้าใจพุทธพจน์จริงๆ


สงบนิ่ง 2 me

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 382
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
เราเคยยกมาให้เห็นแล้วเรื่องพระสูตรนั้น 
ลองหาอ่านจาก 84000.org ขอรับ

เื่มื่อไม่รู้ มีคนยกมาให้ศึกษาแล้ว ก้ศึกษาต่อไป ขอรับ
ถ้าท่านไม่เชื่อสิ่งที่เรายกมา

ก้แนะนไให้ถามหาครูอาจารย์ที่ท่านเคารพ ขอรับ
ลองถามไปที่เว็บ ลพ สงบ  ก็ได้ ขอรับ

หรือเราฝากคุณถามให้หน่อย ขอรับ
ถามว่า วิปัสสนาก่อนสมถะ ทำอย่างไร คำถามเดียวก็พอ
ถ้าตอบว่า ปัญญาอบรมสมาธิ ก็ให้ท่านจัดชุดใหญ่ถึงวิธีการจะดีมาก ขอรับ
เผื่อคนอื่นเขาจะได้รู้ตามได้บ้าง

ท่านไม่เชื่อเราก้อย่าถามเราสิ  ไปถามลพ สงบ ก็ได้ ขอรับ

อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15
ท่านสงบนิ่งเที่ยวกล่าวหาคนอื่นๆว่าไม่เข้าใจพุทธพจน์

แล้วตอนนี้ท่านกล้ายืนยันไหมว่า  ตัวท่านเองเข้าใจพุทธพจน์ได้จริงๆ

ท่านกล้ายืนยันไหม  ถ้ากล้าก็ยืนยันมาเลย  ไม่ต้องเบี่ยงประเด็นให้ไปถามหลวงพ่อสงบ

hangman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2370
  • ได้รับการอนุโมทนา 23
คุณสบถนิ่งผมมีอะไรจะบอก เบื่อแนวโมยท์ขี้โม้อย่างคุณ

สงบนิ่ง 2 me

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 382
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
คุรไม่เข้าใจจริงๆหรือ ว่าเราได้สื่อสารว่า พุทธพจน์สอนเอาไว้ว่า การปฏิบัตินั้น ตามที่เรายกมา
เราเข้าใจว่าการปฏิบัติ ไม่ต้องเริ่มต้นี่สมถะก่อนเสมอไป ก็ชัดเจนแล้วนะ

เราแค่ชี้ให้คนที่หลงเข้าใจว่า พระพุทธเจ้าสอนใ้ห้ทำสมถะก่อนวิปัสสนาเสมอไป
เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่า มีอีกสองแนวทางนะ
มีพุทธพจน์ยืนยันชัดเจนแล้ว


คุณไม่เข้าเจตนาของเราหรือ

ถ้าคุณไม่เชื่อก็นิมนต์หลวงพ่อสงบเทศน์เรื่อง วิปัสสนาก่อนสมถะทำอย่างไรสิ
ถ้าหลวงพ่อสงบไม่คุ้นเคย ก็คงจะไม่เทศน์นะ
จะมาย้อนถามอะไรอีก ในเมื่อคุณไม่เชื่อเรา ก็ไปถามหลวงพ่อสงบสิ
ว่ามีพุทธพจน์กล่าวไว้จริงไหม

อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15
คุรไม่เข้าใจจริงๆหรือ ว่าเราได้สื่อสารว่า พุทธพจน์สอนเอาไว้ว่า การปฏิบัตินั้น ตามที่เรายกมา
เราเข้าใจว่าการปฏิบัติ ไม่ต้องเริ่มต้นี่สมถะก่อนเสมอไป ก็ชัดเจนแล้วนะ

ท่านกล้ายืนยันไหมล่ะว่า  พุทธพจน์ที่ท่านยกมา  ท่านสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ไม่มิผิดพลาด

ถ้าชัดเจนก็ยืนยันมาเลยซี

ส่วนผมจะเชื่อท่านหรือไม่เชื่อท่าน  มันก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

ถ้าท่านมั่นใจก็ยืนยันมาเลย  ไม่ใช่เที่ยวกล่าวหาคนอื่นๆว่า  ไม่เข้าใจพุทธพจน์  แต่พอให้ยืนยัน  ท่านก็ไม่กล้ายืนยัน

สงบนิ่ง 2 me

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 382
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
คุณไม่เข้าใจจริงๆหรือ ว่า พระพุทะเจ้าสอนเอาไว้ ตามพุทธพจน์มีสามแนวทาง

แต่ที่คุณๆทั้งหลายเดือดดาล ก็เพราะคิดว่ามีแนวทางเดียว

เราก็ชี้ชัดแล้ว จะมาถามอะไรอีก ก็ในเมื่อคุณไม่เชื่อ ก้ให้ไปถามหลวงพ่อสงบ ก็ดีแล้วนะ

คุณไม่เชื่อเรา เราก็ไม่ได้ต้องการให้เชื่อ เราให้คุณไปถามครูอาจารย์ว่า มีสามแนวทางจริงไหม

เอาสั้นๆแค่นี้เอง ทำไมไม่เข้าใจอีกหรือ ว่าเราสื่อว่าคุณไม่เข้าใจเรื่องอะไร

จะมาวิวาทะอะไรอีกหรือ ให้ไปถามหลวงพ่อสงบสั้นๆ เองนะ

ถามแล้ว ช่วยกลับมาตอบเพื่อนๆด้วยว่า พุทธพจน์ยืนยันเอาไว้จริงๆ นะ

ส่วนเรื่องรายละเอียด คุณยังไม่เคยศึกษาแล้วจะมาวินิจฉัยคนอื่นได้หรือ
เพราะถ้าบอกแล้ว คุณก็ไม่ได้สนใจ หรือเชื่ออะไรในสิ่งที่สื่อสาร

เราก็หาทางออกให้คุณไปถามครูอาจารย์ ก็่น่าจะจบแล้วนะ



อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15
คุณไม่เข้าใจจริงๆหรือ ว่า พระพุทะเจ้าสอนเอาไว้ ตามพุทธพจน์มีสามแนวทาง

ท่านสงบนิ่ง 

ท่านเข้าใจพุทธพจน์ทั้ง 3 แนวทางจริงๆหรือ 

ถ้าท่านมั่นใจก็ยืนยันมาเลยซี    ยืนยันมาเลย

ท่านเที่ยวดูถูกคนอื่นๆว่าไม่เข้าใจพุทธพจน์  แต่ตัวท่านเองก็ไม่กล้ายืนยันว่าท่านเข้าใจพุทธพจน์

ท่านกล่าวหาคนอื่นๆแบบนี้  ไม่เข้าท่าเลยนะท่าน


สงบนิ่ง 2 me

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 382
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
ไม่เข้าใจพุทธพจน์ ที่เราหมายถึง เราเจาะจงเฉพาะคนที่เข้าใจว่า สมถะก่อนวิปัสสนาเสมอไป
หวังว่าจะเข้าใจได้ไม่ยากนัก

เพราะที่เว็บนี้เกิดขึ้น มาจากเหตุผลข้อนี้ส่วนหนึ่งด้วย
เมื่อเข้าใจแล้วว่าพุทธพจน์การปฏิบัติ จะเริ่มสมถะก่อนหรือวิปัสสนา

จะได้เลิกคุยประเด็นนี้ได้แล้ว
ส่วนเราจะเข้าใจลึกซึ้แค่ไหน ถ้าท่านตั้งกำแพงสูงไม่พร้อมจะรับฟัง ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

ถ้าท่านสนใจจะพิสูจน์ว่าเราเข้าใจลึกซึ้งแค่ไหน มันต้องใช้เวลา ขอรับ
ก็ขอให้ท่านกระทู้เสาวนา ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบด่วนสรุป

มีเวลาไหม ก้ตั้งกระทู้ได้เลย ขอรับ
ใช้เวลาพิสูจน์ไป 84000 พระธรรมขันธ์
คุณคิดว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ที่คุณจะมาเสวนากันจนจบ

คุณตั้งกำแพงสูงๆ แล้วจะเชื่อในสิ่งที่สื่อหรือ
ไปถามครูบาอาจารย์ที่คุณเคารพ ดีแล้วนะ

hangman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2370
  • ได้รับการอนุโมทนา 23
แล้วเวลาที่ผ่านมาเป็นเดือนๆนี่ มันยังไม่พอหรอครับต้องนานแค่ไหนถึงจะพอเป็นปีเลยไหม หรือพอถูกใครๆไล่ถามความจริง คุณก็จะหนีเลิกพูดไปเลยอย่างนั้นหรือ หรือว่าจะเอาแบบเดิมๆ คือแกล้งลืมแล้วก็เปลื่ยนหัวข้อใหม่มานำเสนอ แล้วก็ตายตอนจบเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

boonga

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2081
  • ได้รับการอนุโมทนา 33
ขอถามคุณสงบนิ่ง ทูมี ทูมี๊ หน่อยครับว่า

วิปัสสนานำสมถะ คือ ปัญญานำสมาธิ คือ ปัญญาอบรมสมาธิ

ใช่เปล่าครับ  ;D

544

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 16
  • ได้รับการอนุโมทนา 1
เรียนคุณสงนิ่ง 2 me ที่ชอบพุทธพจน์
ปฏิปทาที่มีในพุทธพจน์มี 2 แนวทางเท่านั้น
คือ ทุกขาปฏิปทา และ สุขาปฎิปทา ดูใน Link

บุคคลที่ราคะโทสะโมหะเกิดบ่อยควรปฏิบัติแบบทุกขาปฏิปทา ไม่ใช่ดูเฉยๆ http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=793.0
และ
สุขาปฏิปทาคือบุคคลที่ได้ฌาณ ที่ยังไม่ได้ฌาณแล้วว่าตัวเเป็นสุขาปฏิปทาคงเข้าใจผิด
http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=792.0

544

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 16
  • ได้รับการอนุโมทนา 1
ทั้งทุกขาและสุขาปฏิปทาเราไม่ได้เป็นผู้เลือก ธรรมชาติตัวเราเองเป็นสิ่งที่กำหนด
ตามพระสูตรพิจารณาได้ง่ายๆว่า ถ้าคนคนนั้นทำฌานได้ง่ายเพราะปกติราคะโทสะโมหะน้อยก็คือสุขาปฏิปทา ได้สมาธิแล้วเดินปัญญาเลย แถมอยู่เป็นสุขด้วยฌานซึ่งเป็นสุขที่ไม่อาศัยอามิส

ส่วนคนที่ทำฌานยังไม่ได้ต้องเริ่มแบบทุกขาปฏิปทา คือพิจารณาตามที่พระพุทธองค์บอกเพื่อให้กิเลสเบาลงคือ
 "พิจารณาเห็นในกายว่าไม่งาม มีความสำคัญในอาหารว่าเป็นของปฏิกูล มีความสำคัญในโลกทั้งปวงว่าไม่น่ายินดี พิจารณาเห็นในสังขารทั้งปวงว่าไม่เที่ยง อนึ่ง มรณสัญญาของเธอตั้งอยู่ดีแล้วในภายใน"
คนเมืองทั้งหลายได้สมาธิยาก ดังนั้นก็ต้องพิจารณาตามพระพุทธองค์บอก แล้วเพียรทำสมาธิให้เกิด ไม่ใช่คอยดูเฉยๆให้กิเลสท่วมทับตัวเอง

อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15

เพราะที่เว็บนี้เกิดขึ้น มาจากเหตุผลข้อนี้ส่วนหนึ่งด้วย
เมื่อเข้าใจแล้วว่าพุทธพจน์การปฏิบัติ จะเริ่มสมถะก่อนหรือวิปัสสนา

ถ้าท่านสนใจจะพิสูจน์ว่าเราเข้าใจลึกซึ้งแค่ไหน มันต้องใช้เวลา ขอรับ
ก็ขอให้ท่านกระทู้เสาวนา ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบด่วนสรุป



เราเคยคุยกันมาแล้วไม่ใช่หรือว่า  ท่านสงบนิ่งดูจิตแต่ไม่ถึงตัวจิต

ดูที่นี่  www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=874.msg14211#msg14211

อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15


แต่ก็ขอขอบคุณที่เป็นตัวอย่างที่ดี ว่าท่านไม่เข้าใจพุทธพจน์จริงๆ

ท่านสงบนิ่งก็ไม่เข้าใจพุทธพจน์เหมือนกันนั่นแหละ 

humble

  • media
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 348
  • ได้รับการอนุโมทนา 13
ถ้าคุณไม่เชื่อก็นิมนต์หลวงพ่อสงบเทศน์เรื่อง วิปัสสนาก่อนสมถะทำอย่างไรสิ
ถ้าหลวงพ่อสงบไม่คุ้นเคย ก็คงจะไม่เทศน์นะ

แปลกแต่จริง ที่คุณสงบนิ่ง ไม่เคยได้ยินท่านเทศน์
ผมฟังหลวงพ่อสงบเทศน์ ท่านอธิบายครบทั้งสามอย่าง ไม่ว่าอะไรจะก่อนหรือหลัง ท่านอธิบายไว้ทั้งหมดแล้วครับ

manmaneekook

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 398
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
ถ้าคุณไม่เชื่อก็นิมนต์หลวงพ่อสงบเทศน์เรื่อง วิปัสสนาก่อนสมถะทำอย่างไรสิ
ถ้าหลวงพ่อสงบไม่คุ้นเคย ก็คงจะไม่เทศน์นะ

แปลกแต่จริง ที่คุณสงบนิ่ง ไม่เคยได้ยินท่านเทศน์
ผมฟังหลวงพ่อสงบเทศน์ ท่านอธิบายครบทั้งสามอย่าง ไม่ว่าอะไรจะก่อนหรือหลัง ท่านอธิบายไว้ทั้งหมดแล้วครับ

ผมก็เห็นเช่นคุณ humble ท่านเทศน์ไว้ครอบคลุมแล้ว ปัญหาคือ

เราไปแยกว่าอะไรเป็นสมถะ อะไรเป็นวิปัสนา ถ้าผมอยากจะใช้ก็อยากใช้ตามครูอาจารย์ที่ท่านเรียกว่า
"ปัญญาอบรมสมาธิ สมาธิอบรมปัญญา" ก็จะเข้าใจได้ง่ายกว่า
หลุดจากทิฐินี้ ก็เจอทิฐิใหม่ จนกว่าจะเจอสัมมาไซร้ สติมั่นเข้าไว้ ต้องสำเร็จสักวัน

สว่าง

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1002
  • ได้รับการอนุโมทนา 32
ท่านปราโมทย์เล่าไว้ว่าท่านปฏิบัติ สอง แนวทาง ในวันเดียวกัน เลยครับ
คงเป็นที่เคารพกราบไหว้ของท่านสงบนิ่งยิ่งนัก
:D

ในหนังสือวิมุติปฏิปทา ฉบับพิมพ์แจกตอนที่หลวงพ่อปราโมทย์บวช
(http://www.antiwimutti.net/doc/WimuttiPatipata.pdf)

ในส่วนของบันทึกไม่ลับฯ หน้า ๑๔


ในส่วนของบันเทิงธรรม หน้า ๒๓


***********************************

ในหนังสือหลวงปู่ดูลย์ ที่จัดพิมพ์ปี ๒๕๔๐ โดยธรรมสภา








!!!! ซาบซึ้ง ????



!!!! น้อมคำสอนของท่านมาโดยภาวนาพุทโธ จนจิตสงบแล้วพยายามสังเกตจิตตนเอง ??????
******************

บวชเป็นพระก็เล่าประวัติตนเองเมื่อพบหลวงปู่ดูลย์ครั้งแรกในหนังสือ ๔ วันในสวนสันติธรรม ดังนี้





ผมคิดว่าฉบับที่พิมพ์โดยธรรมสภา น่าจะเป็นฉบับเดียวกับที่ลงในโลกทิพย์
ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับช่วงเวลาใกล้ๆ กันกับ บันทึกไม่ลับอุบาสกนิรนาม

ส่วนบันเทิงธรรมน่าจะหลังจากบันทึกไม่ลับฯ ได้ระยะหนึ่ง

ส่วนในธรรมเทศนา ๔ วันในสวนฯ นี่ก็เพิ่งปี ๒๕๕๐
เป็นปีที่ห่างจากช่วงเวลาที่ไปพบหลวงปู่ดูลย์มากที่สุด
แต่บอกว่าจำฝังอกฝังใจ คำต่อคำ?????!!!!!!!!


ไปเรียนอะไรมากันแน่เนี่ย ถิรสัญญาหายไปไหนกัน????

ผมได้รวบรวมประเด็นที่สำคัญของท่านปราโมทย์ไว้ในกระทู้ "รู้ทัน ปาโมชฺโช"
http://www.antiwimutti.net/forum/index.php?topic=1836.0

ทุกท่านมีปัญญา ไม่จำเป็นต้องคิดตามผม แต่ผมอยากให้ท่านได้คิด

ผู้หลงผิด

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 393
  • ได้รับการอนุโมทนา 11
ปัญหาที่ชัดๆของพวกนี้ คือ ไปสร้างกรอบการปฏิบัติใหม่ของตนขึ้นมาโดยใช้พระพุทธพจน์
และคำสอนของครูบาอาจารย์มาอ้างอิงแบบตีความตามกิเลสของตน

แล้วก็ไปหลงอยู่ในกรอบความคิดของตนเอง
เข้าใจไปว่าตนเองฉลาดล้ำเกินครูบาอาจารย์
ตนเองได้เข้าใจแนวทางปฏิบัติที่คนมีปัญญาน้อยไม่มีทางเข้าใจหรือเดินตามตนมาได้
ไม่ว่าจะอธิบายให้คนอื่นฟังยังไง คนอื่นก็เข้าใจไม่ได้แบบตน


ไม่ได้รับรู้เลยว่า ที่คนอื่นเขาเตือนหน่ะ ไม่ใช่ไม่เข้าใจแนวทางของพวกพระปราโมทย์หรอก
แต่เพราะเขาเข้าใจแล้ว ว่ามันผิดทางโว้ย
ถ้ามันเป็นแนวทางที่ถูกต้องอีกสายหนึ่งแล้ว จะออกแรงมาต่อต้านกันทำไม
มีแต่จะอนุโมทนาด้วยซ้ำ


เฮ่อ ที่เข้าใจแจ่มชัดถึงความคิดแบบนี้ ก็เพราะเคยเดินเคยเป็นแบบนี้มาก่อน

ก็ขอแบบเดิมๆล่ะครับ ใครที่ยังไม่รู้ตัวก็ขอให้รู้ตัวได้โดยเร็ว
ส่วนใครที่รู้ตัวแล้วแต่ยังจะแถต่อไปด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่
หากจะหลงทางไปคนเดียวก็ไปเถิด แต่หากจะลากคนอื่นไปด้วย
คงต้องฟาดฟันกันบ้างครับ

อ้อ แล้วก็ไม่ต้องมาอ้างการถกเถียงเหตุผลแบบปัญญาชนครับ
เถียงแบบคุณสงบนี่ ให้มาเถียงกับหลานผมที่เรียนป.3 ก็คงไม่มีใครแพ้หรือชนะ
แต่บังเอิญหลานผมน่ารักครับ เพราะไร้เดียวสา
ส่วนคุณ ...เฮ่อ no comment