ผู้เขียน หัวข้อ: [ข่าว]คมชัดลึก : ผู้แทนสวนสันติธรรมร่อนสารแจงข้อกล่าวหา  (อ่าน 1798 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

manmaneekook

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 398
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
คมชัดลึก :ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 1 ตุลาคม ผู้แทนสวนสันติธรรม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งมีพระปราโมทย์ ปาโมชโช เป็นเจ้าสำนัก ได้ส่งประกาศสวนสันติธรรมไปยังสื่อมวลชนสำนักต่างๆ เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาพระปราโมทย์ยักยอกปัจจัยบูชาธรรมจากบัญชีของสวนสันติธรรมในวันนี้ โดยมีข้อความว่า

ประกาศสวนสันติธรรม
เรื่องการกล่าวหาหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ว่ายักยอกปัจจัยบูชาธรรมจากบัญชีของสวนสันติธรรม
วันที่ 1 ตุลาคม 2553

 ตามที่มีผู้กล่าวหาว่า ปัจจัยบูชาธรรมที่มีผู้ถวายหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช จำนวนหลายสิบล้านบาท ไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีเงินฝากของสวนสันติธรรม แสดงว่ามีการยักยอกเงินดังกล่าวนั้นสวนสันติธรรมขอชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกันว่า ปัจจัยบูชาธรรมที่สาธุชนผู้ไปฟังหลวงพ่อปราโมทย์บรรยายธรรมตามสถานที่ต่างๆ นั้น เป็นปัจจัยที่สาธุชนเจาะจงถวายหลวงพ่อปราโมทย์เป็นการส่วนตัว ไม่ใช่ปัจจัยที่บริจาคแด่สวนสันติธรรม จึงไม่มีการโอนเงินเข้าบัญชีของสวนสันติธรรม และปัจจัยบูชาธรรมเหล่านั้น ก็ไม่ได้มากถึงรายละ 3 – 4 แสนบาท หรือถึงล้านกว่าบาทตามที่มีการปล่อยข่าวเพื่อให้ดูมากจนน่าตกใจ

 นับตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2549 ซึ่งหลวงพ่อปราโมทย์รับนิมนต์ไปแสดงธรรมนอกสถานที่ครั้งแรก จนถึงต้นเดือนกันยายน 2553 หลวงพ่อปราโมทย์ได้แสดงธรรมนอกสถานที่รวมทั้งสิ้น 76 ครั้ง มีเพียง 4 ครั้งที่มีผู้ถวายปัจจัยบูชาธรรมเกินกว่า 200,000 บาท และบ่อยครั้งหากเป็นการแสดงธรรมตามวัด ศาสนสถาน มูลนิธิบางแห่ง หรือโรงพยาบาลของรัฐ หลวงพ่อปราโมทย์จะยกปัจจัยบูชาธรรมทั้งหมดพร้อมทั้งสิ่งของต่างๆ ให้กับสถานที่นั้น บางกรณียังได้บริจาคเงินสมทบทุนให้กับสถานที่นั้นด้วย แม้บางครั้งผู้จัดการแสดงธรรมซึ่งไม่เข้าข่ายองค์กรต่างๆ ที่หลวงพ่อปราโมทย์จะยกปัจจัยบูชาธรรมให้ หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อดูแลสถานที่ หรือเพื่อกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เป็นประโยชน์ หลวงพ่อปราโมทย์ก็ยกปัจจัยบูชาธรรมให้ทั้งหมดเช่นกัน

 ส่วนปัจจัยบูชาธรรมที่เหลือ ก็นำมาเป็นค่าใช้จ่ายของสวนสันติธรรมบางรายการ  บางส่วนก็เก็บเป็นทุนสำรองเพื่อดูแลสวนสันติธรรมบ้าง เพื่อเตรียมเป็นทุนเบื้องต้นในการก่อสร้างถาวรวัตถุบางอย่างในสวนสันติธรรม เช่น พระอุโบสถและเจดีย์บ้าง และหลวงพ่อปราโมทย์ใช้ทำบุญต่างๆ บ้าง ที่ใช้ส่วนตัวของหลวงพ่อปราโมทย์จริงๆ นั้นไม่มากนัก

อนึ่ง สวนสันติธรรมมีความยินดีและพร้อมจะเปิดเผยบัญชีเงินฝากปัจจัยส่วนนี้ต่อส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงได้เสมอ

ที่มา

http://www.komchadluek.net/detail/20101001/75040/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%B2.html

ดูคำวิจารของ http://www.alittlebuddha.com/ แรงจริงๆเว็บนี้
หลุดจากทิฐินี้ ก็เจอทิฐิใหม่ จนกว่าจะเจอสัมมาไซร้ สติมั่นเข้าไว้ ต้องสำเร็จสักวัน

humble

  • media
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 348
  • ได้รับการอนุโมทนา 13
อ้างถึง
เป็นปัจจัยที่สาธุชนเจาะจงถวายหลวงพ่อปราโมทย์เป็นการส่วนตัว ไม่ใช่ปัจจัยที่บริจาคแด่สวนสันติธรรม จึงไม่มีการโอนเงินเข้าบัญชีของสวนสันติธรรม

จึงไม่มีการโอนเงินเข้าบัญชีของสวนสันติธรรม!!!

chontima

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 747
  • ได้รับการอนุโมทนา 16
    • -
ปกติเงินที่ระบุว่าถวายพระรูปไหน พระรูปนั้น มีสิทธิ์ในเงินนั้น ไม่เกี่ยวกับวัด?
-

humble

  • media
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 348
  • ได้รับการอนุโมทนา 13
ปกติเวลาเราถวายเงินให้กับพระ มักไม่ได้กล่าวว่าถวายให้กับวัด ย่อมแสดงว่าถวายให้กับพระรูปนั้น ซึ่งน่าจะเป็นเงินจำนวนมากกว่าเงินส่วนอื่นเสียอีกครับ จึงน่าจะเปิดเผยยอดเงินในบัญชีส่วนตัวของพระทุกรูปในสวนฯด้วย จะได้เข้าใจยอดเงินที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

chontima

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 747
  • ได้รับการอนุโมทนา 16
    • -
ที่สวนฯ จะมีกล่องให้ใส่เงิน  เอาเท่าที่จำได้  รู้สึกมี 4 กล่อง
-ลพปราโมทย์
-ค่าหนังสือ
-บำรุงสวน
-สำหรับพระรูปอื่น

แรกๆที่ไปสวนฯ เห็นมีเจ้าหน้าที่ของสวนฯนั่งนับเงิน ในช่วงคนทยอยออกจากสวนฯ แต่กระบวนการหลังจากนั้นไม่ทราบค่ะ
-

ตุลา55

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 52
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
เรื่องเงินนี้ หากจะกล่าวหาอะไรทางโน้น ควรจะรอบคอบให้มาก และคิดหลายๆ ชั้นหน่อยค่ะ
อย่าลืมว่า หลักฐานการเงินมันเป็นสิ่งที่พวกเขาจัดทำขึ้น และอยู่ในครอบครองของพวกเขาตลอดมา เขาจะหลอกล่อเรายังไงก็ได้

เราไม่มีผลประโยชน์อะไร นอกจากความจริงใจในการเปิดโปงคนผิด
เราอาจจะคิดยอกย้อนแบบคนพวกนั้นไม่เป็น เพราะเราไม่ใช่คนแบบนั้น ไม่เคยทำอะไรที่มีเล่ห์เพทุบายแบบพวกเขา ในขณะที่พวกเขาชำนาญกับเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

เรื่องที่พวกเราโจทย์เขามันเริ่มมานาน แม้จะตั้งต้นที่คำสอนที่ผิดพลาด
แต่มันก็เหมือนกับการไปกดกริ่งระวังภัยให้พวกเขารู้ตัว
คนมันสมองระดับนั้นบวกกับสานุศิษย์ที่ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ในหลายๆ ด้าน
เขาจะอยู่เฉยๆ ไม่เตรียมการอะไรเอาไว้เลยในเรื่องนี้ มันคงเป็นไปไม่ได้

ต้องลองคิดดูว่า หลักฐานของเขา ที่เราเข้าถึง มันจะเป็นสิ่งที่เขาขุดบ่อล่อให้เราตกลงไปหรือเปล่า
เช่น แกล้งเอาสิ่งที่โปร่งใสดีไม่มีปัญหา มาทำให้ดูเหมือนว่ามีพิรุธ โดยที่เขาเตรียมหลักฐานความโปร่งใสของเขาเอาไว้แล้ว
ถ้าเราเอาไปขยายผล ก็เท่ากับกินเบ็ด
เพราะเขาเตรียมไว้แล้วที่จะให้เราเป็นเหมือนกลุ่มคนที่ชอบเอาเรื่องไม่มีมูล เรื่องเท็จ ไปกล่าวหาออกสื่อสร้างกระแสทำลายชื่อเสียงพระ

คือไม่ทราบว่าจะคิดมากหรือซับซ้อนมากไปหรือเปล่า ที่คิดแบบนี้
เพราะพอเราเอาเรื่องไปเล่นปุ๊บ
เขาก็มีข้อมูลพร้อมจะชี้แจงทันที แถมยังเป็นข้อมูลที่ทำให้พวกเขาได้หน้าอีกด้วยว่า ที่ผ่านมาไปเทศน์ที่ไหน ก็ล้วนคืนเงินให้สถานที่นั้นไปทำประโยชน์
เราเลยกลายเป็นเหมือนคนไม่มีเหตุผลไป คล้ายๆ คนจ้องหาเรื่องทั้งๆ ที่ไม่มีมูลความจริง

ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการให้สังคมมองพวกเราเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

อย่างเรื่องเงินที่ยุวพุทธนี้ ไม่ทราบว่ามีการตรวจสอบไปที่ยุวพุทธก่อนที่จะออกข่าวหรือเปล่าคะ

เราไม่ได้เล่นกับพระธรรมดาๆ ที่แค่เสียคนเพราะลาภสักการะ
แต่อาจจะเป็นกลุ่มคนที่มีการวางแผนสร้างสินค้าขึ้นมาขาย ซึ่งก็ขายดี ติดตลาดเสียด้วย
ผลประโยชน์มันไม่น้อยเลย
พวกเขาก็คงต้องสู้ทุกวิถีทาง ต้องวางหมากสามชั้นสี่ชั้นหลอกล่อเรา ไม่ใช่รอแก้ตัวในสิ่งที่เรากล่าวหาเท่านั้น
 
เห็นในพันดริฟท์ก็กระดี๊กระด๊า เอาข้อมูลมาโพสใหญ่ว่า ไปที่นั่นก็ยกให้ ไปที่นี่ก็ยกให้ ไม่เคยเอากลับไปเป็นของตัวเอง นอกจากเงินเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาถวายเป็นส่วนตัว

คนที่รู้เห็นความจริงมาเป็นเวลานาน จะแก้ตัวยังไง ก็ไม่มีใครหลงกลแล้ว
แต่คนพวกนี้ หากคิดไป มันก็แค่คนจำนวนหนึ่ง ถึงจะหายไป ก็ไม่เป็นไรเพราะหาใหม่ได้
ยังมีคนอีกมากมายที่พวกเขาเห็นว่าเป็นตลาดที่เขายังมีลู่ทางที่จะขายได้
ตลาดใหม่นี้ เป็นตลาดที่ไม่มีทางรู้ความจริงที่พวกเขาได้กลบฝังไปแล้ว
สงสัยอะไร ก็ไม่มีข้อมูลเก่าๆ ให้ค้นหาเพื่อพิสูจน์
แถมตลาดนี้ มันก็ยังสามารถขยายตัวมันออกไปได้เรื่อยๆ แบบปากต่อปาก
สินค้าก็เป็นสิ่งที่ถูกใจคนรุ่นใหม่ที่ชอบพระทันสมัย พูดดี สุภาพนุ่มนวล
ทั้งกลุ่มคนที่รักสบายแต่หวังผลเลิศ และคนรุ่นใหม่ที่แค่ต้องการทำบุญ ต้องการวิธีที่จะทำให้ตัวเองสบายใจขึ้น เป็นสุขขึ้น 
ขอเพียงให้เขาสามารถรักษาชื่อเสียงของสินค้าของเขาเอาไว้ให้รอดไปได้ก็พอ

ขอฝากไว้แค่นี้ค่ะ
ขอให้ทุกๆ ท่านรอบคอบให้มากๆ
ขอแสดงความนับถือและความเห็นใจในความเสียสละและความยากลำบากที่ทุกๆ ท่านต้องพบเจอในการสู้กับกลุ่มคนทุศีลที่ทำได้ทุกอย่าง

 

satoranai

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2112
  • ได้รับการอนุโมทนา 45
ง่ายๆครับ เสนอไปแล้วด้วยว่าให้ตั้งกรรมการกลางมาตรวจสอบทั้ง๗๖ครั้ง

ที่แน่ๆก็คือ เงินจากทั้ง๗๖ครั้งนี้
ไม่ได้เข้ามาในระบบบัญชีรายรับ/จ่ายของสวนสันติธรรม แน่นอน

ต้องถามกลับไปที่สวนสันติธรรมครับ
๑) ยอดรวมจากทั้ง ๗๖ครั้ง เป็นเงินเท่าไหร่
๒) ยอดรวมเงินที่ให้คืนเจ้าภาพไป เป็นเงินเท่าไหร่
๓) เงินที่เหลือไปลงที่บัญชี "นางอรนุช" เป็นเงินเท่าไหร่
๔) ก่อนเทศน์มีการระบุมั้ยว่า เงินบริจาคเข้ากระเป๋าท่านปราโมทย์นะ
๕) ทำไม ไม่ทำบัญชีชี้แจงให้กรรมการ รับรู้ ..มีเพียงนางอรนุชที่รับรู้

ถ้ามีการปกปิด อำพราง ก็จะมีผู้สมรู้ร่วมคิด ... ขยายผลไปเป็นความผิดหมู่มาก

สุดท้ายนะครับ เป้าหมายของกลุ่มชาวพุทธฯ ก็คือ
๑) ทำให้ที่ดินบริจาคด้วยศรัทธาของชาวพุทธฯ แปลงจาก ของ "นางอรนุช" ให้กลายเป็นศาสนสมบัติ
๒) ทำให้เงินบริจาคด้วยศรัทธาของชาวพุทธฯ แปลงจาก ของ "นางอรนุช" ให้กลายเป็นศาสนสมบัติ

ก็เท่านั้นแหละครับ

ผมเอง111

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 68
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
ผมนึกว่าเป้าหมายของ อ. คือหาว่า ลพ สอนผิดเสียอีก เหอ ๆ เห็นตั้งแต่พันทิพ

ผมเอง111

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 68
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
“ผมได้ตรวจสอบเอกสารรายรับรายจ่าย ของสวนสันติธรรมตั้งแต่ปี 2551 ถึงเดือนกันยายน 2552 นั้น ไม่พบว่ามีบัญชีรายรับซึ่งได้มาจากการเดินสายแสดงธรรมในสถานที่ต่างๆ 65 แห่ง ซึ่งเชื่อว่าแต่ละแห่งที่ไปนั้น ทางผู้ศรัทธาจะบริจาคหรือทำบุญให้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนตุลาคม 2552 มีการแสดงธรรมยุวพุทธ มีการเรี่ยไรเงินทำบุญถึง 1.2 ล้าน แต่ก็ไม่มีปรากฏอยู่ในบัญชี เราคำนวณคร่าวๆ การแสดงธรรม 65 ครั้งน่าจะมีรายรับ 15-20 ล้านเลยทีเดียว” นายเทิดศักดิ์ กล่าว

๑. ตรวจสอบอย่างไรครับ
๒. ตัวเลข 1.2 ล้านบาท เอามาจากไหนครับ
๓. รายรับ 15-20 ล้านบาท เอามาจากไหนครับ

ก่อนกล่าวหาใครว่าทำตัวลึกลับ ช่วยแสดงว่าตัวเองโปร่งใสก่อนดีไหม

น้ำดอกไม้

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1504
  • ได้รับการอนุโมทนา 44
สาระมีนอยู่ที่ตัวเลขหรือไง? สาระมันอยู่ที่ ไหนว่าคายออกมาหมดแล้วไง ทำไมยังอมอยู่??
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ ธรรมชาติ , ถ้าธรรมะคือธรรมชาติ จะปฏิบัติกันไปทำไม?
ธรรมะเหนือธรรมชาติ เราจะปฏิบัติเพื่อพ้นจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

vivatv

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 166
  • ได้รับการอนุโมทนา 8
เรียนทุกท่าน
     สำหรับผมแล้ว สาระที่ตัวเลขสำคัญนะครับ เพราะผมมองว่า หากบัญชีส่วนที่ "ลืม" เปิดเผย (ผมขอตั้งสมมตฐานว่าเป็นความผิดพลาดก่อนแล้วกันครับ) นั้น "ไม่สูงอย่างมีนัยสำคัญ" เช่นอยู่ในหลักพัน หรือหมื่นต้นๆ ผมก็คิดว่าข้อกล่าวหาของท่านซาโต้ก็อาจเกินเลยไป แต่แน่นอนว่า หากตัวเลขความเหลื่อมล้ำสูงอย่างที่ท่านซาโต้แถลง ผมก็คงพูดอะไรไม่ได้ล่ะครับ

     อ้อสำหรับท่านผมเอง คำว่า "ยังไม่พบความผิด" กับ "ไม่พบความผิด" มีนัยต่างกันนะครับ พูดด้วยใจที่เป็นธรรม

น้ำดอกไม้

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1504
  • ได้รับการอนุโมทนา 44
1 มาสก ครับ ขาดจากความเป็นพระทันที

เห็นความแตกต่างไหมครับ คนเราเริ่มจากหยวนๆอะไรนิดหน่อย จนมันบานปลายครับ ตอนนี้บอกแค่หมื่นแค่แสนมันไม่เป็นเรื่องใหญ่หรอก ต่อไปก็คงบอกว่า ล้านสิบล้าน เล็กน้อย ต่อไปก็ ร้อยล้าน จากนั้นก็พันล้าน

อย่างนี่แหละครับ มันถึงเละตุ้มเป๊ะมาขนาดนี้ ตอนนี้สังคมต้องการกรณีตัวอย่างครับ ว่าคุณจะบวช คุยจะมาทำอะไรชั่วๆ ไม่ได้นะ สังคมศาสนาก็จะแข็งแรงขึ้น

อย่าลืมนะครับ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แค่ 1มาสก (1บาท)
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ ธรรมชาติ , ถ้าธรรมะคือธรรมชาติ จะปฏิบัติกันไปทำไม?
ธรรมะเหนือธรรมชาติ เราจะปฏิบัติเพื่อพ้นจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

วิโมกข์

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 386
  • ได้รับการอนุโมทนา 13
1 มาสก ครับ ขาดจากความเป็นพระทันที .......

อย่าลืมนะครับ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แค่ 1มาสก (1บาท)

น่าจะเป็น ๕ มาสก นะคะ   ๕ มาสก เท่ากับ ๑ บาท

อ้างจาก
อ้างถึง
แท้จริงสมัยนั้น ทรัพย์ ๕ มาสกในกรุงราชคฤห์ เป็นหนึ่งบาท
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=1&A=6139&Z=6225&pagebreak=0

แม้ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นแหละ ถือเอาทรัพย์อันเขาไม่ได้ให้ ด้วยส่วนแห่งความเป็นขโมย
หนึ่งบาทก็ดี ควรแก่หนึ่งบาทก็ดี เกินกว่าหนึ่งบาทก็ดี แล้วไม่เป็นสมณะ
ไม่เป็นเชื้อสายพระศากยบุตร เพราะเหตุนั้นจึงตรัสว่า เป็นปาราชิก
http://84000.org/tipitaka/pitaka1/v.php?B=1&A=6283&Z=6335&pagebreak=0



น้ำดอกไม้

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1504
  • ได้รับการอนุโมทนา 44
ขอโทษครับ จำผิด
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ ธรรมชาติ , ถ้าธรรมะคือธรรมชาติ จะปฏิบัติกันไปทำไม?
ธรรมะเหนือธรรมชาติ เราจะปฏิบัติเพื่อพ้นจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

vivatv

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 166
  • ได้รับการอนุโมทนา 8
เรียนคุณน้ำดอกไม้

   ขออภัยที่ทำให้คุณน้ำดอกไม้เข้าใจผิดครับ ผมพูดในกรณีนี้คือว่า หากมันเป็นจำนวนเงินที่ไม่มากนัก ท่านอาจไม่มี "เจตนา" ที่จะไม่โอนเข้าบัญชีวัด แต่อาจลืมจริงๆ เหมือนกับที่เราบางครั้งหลงลืมจะทำอะไรนั่นล่ะครับ
   แต่แน่นอนว่า หากท่านมีเจตนาไม่บริสุทธิ์จริง แม้แต่บาทหนึ่งก็ย่อมขาดจากความเป็นพระแล้ว ดังที่คุณน้ำดอกไม้กล่าวอ้างนั่นล่ะครับ

vivatv

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 166
  • ได้รับการอนุโมทนา 8
โห มันจะไม่ได้เจตนาทั้ง 76 ครั้ง เลยเหรอฟะ?

ก็จริงนะครับ คุณ Armeros กล่าวแบบนี้ หมดข้อถกเถียงครับ

ผมเอง111

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 68
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
เอางี้ สั้น ๆ ง่าย ๆ ข้อหาที่ต้องการให้มีผลทำให้พระท่านปาราชิก ถ้าข้อหานั้นไม่มีผล หรือข้อหาข้ออื่นที่พิสูจน์ได้แล้วว่า สามารถพิสูจน์ได้โดยง่ายถึงความมีอยู่และแท้จริงของหลักฐานที่เอามากล่าวหา แต่ไม่ทำ หรือ พิสูจน์ได้ว่าข้อหานั้นไม่มีมูลความจริง

คนกล่าวหาต้องลาออกจากตำแหน่งหน้าที่การงาน เพื่อรับผิดชอบไหม สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้น

จบเมืองนอกน่ะ หวังว่าคงได้นิสัยคนเมืองนอกมานะ ที่มีความรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง

ข้อหาที่ไม่มีมูล คนกล่าวหาก็ควรรับผิดชอบด้วยการลาออกจากหน้าที่การงานนะ เหอ ๆ

alienX

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 15
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
กลุ่มชาวพุทธ เขาล้วงมาได้กลับคืนสู่พระศาสนาทั้งที่ดินทั้งเงิน 71 ล้านนี่ก็ ทำให้เขามีความชอบธรรมแล้วครับ
คราวนี้หลวงพ่อสิ ตอนยื่นดีเอสไอ บอกยื่นหมดแล้ว ถ้าจะกั๊กไว้ก็ต้องแจ้งว่าอันนี้ส่วนตัวนะ
เวลาเขาตรวจเจอจะได้ไม่มาบอกว่า บกพร่องโดยสุจริต ลืมแจ้ง
แล้วนี่เขาไปล้วงมาได้ว่าขาดอีก 65 รายการนี่ก็เต็มที่แล้วครับ
ทีมที่ผู้ว่าตั้งจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
หน่วยงานรัฐตรวจกลับไม่เจอ ประเทศไทยเราจะเจริญก็ต้องมีคนยอมสละตัวเองแบบกลุ่มชาวพุทธนี่แหละ
จะไปรอให้รัฐทำอย่างเดียวคงไม่ทันเพราะท่านก็งานเยอะ
แล้วหลวงพ่อต้องพิสูจน์ให้ได้อีกว่าแต่ละคนที่เขาถวายน่ะไม่ได้มีเจตนาให้เป็นของพระศาสนา
เวลาพระรับเป็นส่วนตัวคือคนถวายต้องระบุครับว่าถวายให้ส่วนตัว
สงฆ์นี่ถ้าอันไหนมีข้อสงสัยให้ถือเป็นของส่วนรวมไว้ก่อน
หลวงพ่อชาท่านถึงไม่ให้ลูกศิษย์ท่านมีเงินเป็นของส่วนตัว ไม่มีบัญชี
ก็บวชมาแล้ว ปวารณามาแล้ว
ท่านบอกใครกินเกลือแล้วไม่เค็มค่อยมาบอกว่ามีเงินโดยไม่ยึดไม่ถือ
แล้วยิ่งถ้าเกิดตรวจเจอว่าไปอยู่ในชื่อ .....คนที่คุณก็รู้ว่าใครอีกละก็

โอ้ ไม่ไหวจะเคลียร์ :'(

อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15
ที่ว่าถวายส่วนตัวน่ะ  ปราโมทย์พูดเองหรือว่ามีคำยืนยันมาจากโยมว่า  ต้องการถวายเงินเพื่อใช้ส่วนตัว

เกือบไปแล้ว

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 167
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
หุ หุ ต่อไปนี้ฟังพระเทศน์จะไม่ถวายเงินแล้ว
เล่นเหมาเอาเองว่าถวายให้เป็นส่วนตัวกันหมดงี้ ไม่ไหว  :o

อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 579
  • ได้รับการอนุโมทนา 15
ถ้าโยมที่ถวายเงิน  ไม่แจ้งให้ทราบว่าเป็นการถวายเพื่อใช้ส่วนตัว  แบบนี้ต้องถือว่า  เป็นการถวายให้วัด

ถ้าพระสงสัยว่าถวายให้วัดหรือส่วนตัว  พระก็ต้องถามโยมที่ถวายเงิน 

ท่านอาจารย์ที่ผมเคยอยู่กับท่าน  ท่านสอนมาอย่างนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 05, 2010, 08:10:31 am โดย อดีตชาวลานธรรมคนหนึ่ง »