ผู้เขียน หัวข้อ: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่  (อ่าน 4206 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

chontima

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 747
  • ได้รับการอนุโมทนา 16
    • -
อดีตพระอาจารย์ดิฉัน ไม่ใช่องค์ที่กล่าวถึงอยู่ค่ะ   ท่านก็ไม่บิณฑบาตร ให้เหตุผลว่า บริเวณนั้นเป็นถิ่นของอิสลาม  แต่จะหุงหาอาหารในสำนักเองคะ
เพราะมี แม่ชี   เลยไม่ทราบว่า  การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระภิกษุหรือเปล่า ถ้าไม่บิณฑบาตร มีผลอย่างไรค่ะ

สำนักที่กล่าวถึงนี้ มีพระภิกษุรูปเดียวค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2010, 02:02:33 pm โดย chontima »
-

chontima

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 747
  • ได้รับการอนุโมทนา 16
    • -
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2010, 03:49:06 pm »
ปกติไม่ได้ให้ความสำคัญว่า พระภิกษุต้องบิณฑบาตรค่ะ   เข้าใจว่า ถ้ามีเหตุผลเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องบิณฑบาตรถ้ามีอาหารให้ฉัน
เลยไม่เข้าใจว่า  พระภิกษุไม่บิณฑบาตรถือเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ 
-

น้ำดอกไม้

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1504
  • ได้รับการอนุโมทนา 44
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2010, 04:06:23 pm »
มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ แต่เป็นสิ่งที่ควรทำ ถ้าหัวใจเป็นธรรมจริงๆ ไม่เห็นจะมีพระอรหันต์ที่ว่า เราเป็นพระอรหันต์แล้ว เราจะไม่รักษาข้อวัตรแล้ว เราจะไม่บิณฑบาตแล้ว

พระพุทธเจ้าก็ทรงบิณฑบาต
พระสารีบุตร พระอานนท์ พระโมคลานะ ก็บิณฑบาต
หลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่เจี๊ยะ หลวงปู่ตื้อ หลวงปู่คำดี หลวงพ่อจวน หลวงตา ฯลฯ บิณฑบาต หมดครับ ถึงแม้จะจบกิจแล้ว ล้มป่วยถ้ายังเดินไหวท่านก็ทำครับ บางองค์เดินไม่ไหวแล้ว ท่านก็นั่งรถเข็น นอกจากป่วยจนนอนเตียงนี่แหละครับ

เพราะเป็นกิจของสงฆ์ครับ เป็นข้อวัตรเพื่อขัดเกลาจิตใจสำหรับท่านที่ยังไม่บรรลุครับ
หลวงพ่อสงบท่านว่า เป็นหัวหน้าเขา ยิ่งต้องทำให้ถูกต้องทุกอย่าง เป็นหัวหน้าเขาแล้วเอาเปรียบเขา เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ก็ไม่ควรเป็นหัวหน้า

ท่านว่า ท่านเคยบอกว่าท่านไม่คิดจะท่องจำปาฏิโมกเลย แต่อาจารย์ท่านติงว่า ของหยาบๆยังขี้เกียจทำ แล้วการภาวนาเป็นของละเอียดจะทำสำเร็จหรือ 

ผมเคยไปคุยกับพระรูปนึง ท่านบอกว่ามีหลวงตาอยู่ที่วัดนึงที่ท่านเคยไปจำพรรษาอยู่ ทำข้อวัตรกวาดลานวัดอยู่ กวาดหมดแล้วใบไม่ตกเข้าไปติดในกอไผ่ใบเดียว ท่านยังต้องเอื้มมือเข้าไปเก็บเลยครับ

ลองไปดูพระที่วัดหลวงพ่อสงบท่านล้างห้องน้ำสิ แล้วจะรู้ หลวงพ่อสงบท่านยังมีข้อวัตรของท่านเองเลยครับ

อย่างท่านว่าทำของหยาบให้ได้ก่อน ถึงจะไปทำของละเอียดได้่ ธรรมะภาวนามันของละเอียด หยาบๆยังทำไม่ได้ แล้วจะภาวนายังไง ทำของหยาบๆให้เป็นของละเอียด จิตใจจะละเอียดตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2010, 04:06:50 pm โดย น้ำดอกไม้ »
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ ธรรมชาติ , ถ้าธรรมะคือธรรมชาติ จะปฏิบัติกันไปทำไม?
ธรรมะเหนือธรรมชาติ เราจะปฏิบัติเพื่อพ้นจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

boonga

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2083
  • ได้รับการอนุโมทนา 33
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2010, 09:37:19 pm »
     หลวงพ่อสงบท่านยังมีข้อวัตรของท่านเองเลยครับ

 

ตรงนี้จริงครับ เห็นมากับตา ท่านเช็ดบาตเอง มัดเอง ท่านเคร่งพระวินัยมากครับ ไข่ต้มต้องผ่าให้ท่านเห็นว่าสุกแน่
 
     เรื่องบิณไม่บิณเนี่ย มันไม่ใช่ความผิดร้ายแรงก็จริงครับ แต่เป็นสิ่งที่ควรทำ ตอนผมบวชวัดชลประทานฯ องค์ไหนไม่บิณนี่ จะถูกมองแบบแปลกแยกครับ ไม่รู้ที่สวนฯเป็นอย่างนี้เปล่า

ธรรมภูต

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 762
  • ได้รับการอนุโมทนา 32
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 10:32:41 am »
ภิกษุ แปลว่า ผู้ขอ(ไม่ได้ประกอบอาชีพเอง)

ถ้าไม่ออกบิณฑบาตแล้ว จะเรียกว่าภิกษุได้อย่างไรครับ

 :D
Bloggang ธรรมภูต : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nujoy

Exteen Blog ธรรมภูต : http://bhattara.exteen.com/

โยมอุปัฏฐาก

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 577
  • ได้รับการอนุโมทนา 24
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2010, 04:19:57 pm »
ใช่ค่ะ สายพระป่ากรรมฐานท่านถือเป็นข้อวัตรที่สำคัญมาก
แม้จะอาพาธ ถ้าพอจะบิณฑบาตได้ท่านก็ปฏิบัติ
บางครั้งเดินไม่ได้ก็ยังเอาบาตรตั้งไว้ให้โยมตักบาตร

phuriwin

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
  • ได้รับการอนุโมทนา -3
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 03:21:07 pm »
ภิกษุ แปลว่า ผู้ขอ(ไม่ได้ประกอบอาชีพเอง)

ถ้าไม่ออกบิณฑบาตแล้ว จะเรียกว่าภิกษุได้อย่างไรครับ

 :D
แปลอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้เห็นภัยในวัฏฏะ..ไม่บิณฑบาตก็เป็นพระได้ถ้าเห็นภัยในวัฏฏะ แต่ถ้าเอาแต่บิณฑบาต แต่ไม่เห็นภัยในวัฏฏะนี่ต่างหากไม่ใช่ภิกษุ

โยมอุปัฏฐาก

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 577
  • ได้รับการอนุโมทนา 24
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 10:15:51 pm »
ภิกษุ แปลว่า ผู้ขอ(ไม่ได้ประกอบอาชีพเอง)

ถ้าไม่ออกบิณฑบาตแล้ว จะเรียกว่าภิกษุได้อย่างไรครับ

 :D
แปลอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้เห็นภัยในวัฏฏะ..ไม่บิณฑบาตก็เป็นพระได้ถ้าเห็นภัยในวัฏฏะ แต่ถ้าเอาแต่บิณฑบาต แต่ไม่เห็นภัยในวัฏฏะนี่ต่างหากไม่ใช่ภิกษุ

งั้นดิฉันก็เป็นพระได้ใช่ไหม เพราะดิฉันก็เห็นภัยในวัฏฏะ เห็นการเกิดแก่เจ็บตายเป็นทุกข์เป็นภัย
แต่ดิฉันไม่มีบาตร ไม่ได้บิณฑบาต

The Apple Tree

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 333
  • ได้รับการอนุโมทนา 10
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 10:46:20 pm »
งั้นดิฉันก็เป็นพระได้ใช่ไหม เพราะดิฉันก็เห็นภัยในวัฏฏะ เห็นการเกิดแก่เจ็บตายเป็นทุกข์เป็นภัย
แต่ดิฉันไม่มีบาตร ไม่ได้บิณฑบาต
เริดจริงๆ lol.

น้ำดอกไม้

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1504
  • ได้รับการอนุโมทนา 44
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2010, 10:50:24 pm »
มันก็มองได้2อย่างครับ ฆราวาสก็เป็นพระได้หากใจเป็นพระและถึงธรรม แต่หากจะห่มจีวรออกบวชเลือกเป็นเพศบรรชิตแล้วก็ควรจะทำตามกฏที่พระพุทธองค์ตั้งไว้ อย่าลืมนะห่มผ้าเหลืองอาศัยบารมีใครประทังชีวิตอยู่ แล้วจะแหกกฏที่ท่านตั้งไว้หรือไง? ความกตัญญูหายไปไหนครับ? 
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ ธรรมชาติ , ถ้าธรรมะคือธรรมชาติ จะปฏิบัติกันไปทำไม?
ธรรมะเหนือธรรมชาติ เราจะปฏิบัติเพื่อพ้นจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

phuriwin

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
  • ได้รับการอนุโมทนา -3
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 06:55:38 pm »
ภิกษุ แปลว่า ผู้ขอ(ไม่ได้ประกอบอาชีพเอง)

ถ้าไม่ออกบิณฑบาตแล้ว จะเรียกว่าภิกษุได้อย่างไรครับ

 :D
แปลอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้เห็นภัยในวัฏฏะ..ไม่บิณฑบาตก็เป็นพระได้ถ้าเห็นภัยในวัฏฏะ แต่ถ้าเอาแต่บิณฑบาต แต่ไม่เห็นภัยในวัฏฏะนี่ต่างหากไม่ใช่ภิกษุ

งั้นดิฉันก็เป็นพระได้ใช่ไหม เพราะดิฉันก็เห็นภัยในวัฏฏะ เห็นการเกิดแก่เจ็บตายเป็นทุกข์เป็นภัย
แต่ดิฉันไม่มีบาตร ไม่ได้บิณฑบาต
อนุโมทนาครับ ที่คุณเห็นภัยในวัฏฏะแล้ว ส่วนจะเป็นพระหรือภิกษุหรือไม่ก็อยู่ที่ตัวคุณแล้วหล่ะครับ

เกือบไปแล้ว

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 167
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 04:01:15 pm »
ภิกษุ แปลอีกอย่างหนึ่งคือ ผู้เห็นภัยในวัฏฏะ

เอ่อ คำแปลแบบนี้มีที่มาจากไหนเหรอ อันนี้ถามเป็นความรู้นะ ไม่ได้กวน
เพราะว่าเห็นแต่ในพระวินัยปิฎก ท่านให้ความหมายแบบข้างล่างนี้

             
สิกขาบทวิภังค์
             
             [๒๖] บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ชื่อว่า ภิกษุ
เพราะอรรถว่าประพฤติภิกขาจริยวัตร ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าทรงผืนผ้าที่ถูกทำลายแล้ว ชื่อว่า
ภิกษุ โดยสมญา ชื่อว่า ภิกษุ โดยปฏิญญา ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นเอหิภิกษุ ชื่อว่า
ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้อุปสมบทแล้วด้วยไตรสรณคมน์ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็น
ผู้เจริญ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่ามีสารธรรม ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นพระเสขะ ชื่อว่า
ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นพระอเสขะ ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้อันสงฆ์พร้อมเพรียงกัน
อุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะ บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุที่สงฆ์
พร้อมเพรียงกันอุปสมบทให้ด้วยญัตติจตุตถกรรม อันไม่กำเริบ ควรแก่ฐานะนี้ ชื่อว่า ภิกษุ
ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.



โยมอุปัฏฐาก

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 577
  • ได้รับการอนุโมทนา 24
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 04:34:26 pm »

ไปค้นมาให้ดู
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน 
   
 
ภิกษุ
 
ภิกษุ
ความหมาย

น. ชายที่บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา. (ส.; ป. ภิกฺขุ).

 
 
 
 

phuriwin

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 5
  • ได้รับการอนุโมทนา -3
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 04:49:42 pm »
ต้องขออภัยทีไม่สามารถอ้างพระไตรปิฎกโดยตรงได้ ได้แต่อ้างที่พระเถรผู้ใหญ่ท่านแสดงไว้ตามลิงค์เลยครับ
http://watpanonvivek.com/index.php?option=com_content&view=article&id=1657:2010-03-04-02-30-35&catid=39:2010-03-02-03-51-18

โยมอุปัฏฐาก

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 577
  • ได้รับการอนุโมทนา 24
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 05:07:21 pm »
ต้องขออภัยทีไม่สามารถอ้างพระไตรปิฎกโดยตรงได้ ได้แต่อ้างที่พระเถรผู้ใหญ่ท่านแสดงไว้ตามลิงค์เลยครับ
http://watpanonvivek.com/index.php?option=com_content&view=article&id=1657:2010-03-04-02-30-35&catid=39:2010-03-02-03-51-18


จากลิงค์ที่ให้ดูมาเป็นดังนี้

พระธรรมน้อมนำไปปฏิบัติตาม บุคคลผู้จะรับเอาพระธรรม ในที่นี้ มีอยู่ ๔ จำพวก คือ

๑. ภิกษุ ได้แก่ผู้ชายที่ออกบวชในพระพุทธศาสนา

๒. ภิกษุณี ได้แก่ผู้หญิงที่ออกบวชในพระพุทธศาสนา

๓. อุบาสก ได้แก่ผู้ชายที่เข้าถึงพระรัตนตรัย


๔. อุบาสิกา ได้แก่ผู้หญิงที่เข้าถึงพระรัตนตรัย

ภิกขเว ศัพท์เดิมมาจาก ภิกขุ ภิกขุ

มาจาก ภย ซึ่งแปลว่า ภัย เป็นบทหน้า อิกขุ ธาตุ เป็นไปในความ


เห็น ต่อกันเข้าเป็น ภิกขุ หรือ ภิกขเว แปลว่า ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร หมายความว่า ผู้มีปัญญา


สรุปว่า ภิกษุ หมายถึง ผู้ชายที่ออกบวชในพระพุทธศาสนา

และ  ภิกขุ หรือ ภิกขเว แปลว่า ผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร

ความหมาย กับ คำแปล ไม่เหมือนกัน อยู่กันคนละส่วน


โยมอุปัฏฐาก

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 577
  • ได้รับการอนุโมทนา 24
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 05:10:49 pm »


 ปัจจัยที่จำเป็นสำหรับพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เพื่อให้พอเหมาะแก่การดำรงชีวิตอยู่สำหรับการปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าทรงประทานไว้สี่อย่าง พระป่าของไทยได้นำมาประพฤติปฏิบัติจนถือเป็นนิสัยคือ
            ๑.  การออกเที่ยวบิณฑบาตมาเลี้ยงชีพตลอดชีวิต  การบิณฑบาตเป็นงานสำคัญประจำชีวิต ในอนุศาศน์ท่านสั่งสอนไว้มีทั้งข้อรุกขมูลเสนาสนะ และข้อบิณฑบาต การออกบิณฑบาต พระผู้มีพระภาคทรงถือเป็นกิจจำเป็นประจำพระองค์ ทรงถือปฏิบัติเพื่อโปรดเวไนยสัตว์อย่างสม่ำเสมอตลอดมาถึงวันปรินิพพาน

            การบิณฑบาต เป็นกิจวัตรที่อำนวยประโยชน์แก่ผู้บำเพ็ญเป็นเอนกปริยาย กล่าวคือ เวลาเดินบิณฑบาตไปในละแวกบ้าน ก็เป็นการบำเพ็ญเพียรไปในตัวตลอดเวลาที่เดิน เช่นเดียวกับเดินจงกรมอยู่ในสถานที่พักประการหนึ่ง เป็นการเปลี่ยนอิริยาบถในเวลานั้นประการหนึ่ง ผู้ที่บำเพ็ญทางปัญญาโดยสม่ำเสมอ เมื่อเวลาเดินบิณฑบาต เมื่อได้เห็นหรือได้ยินสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาสัมผัสทางทวารย่อมเป็นเครื่องเสริมสติปัญญา และถือเอาประโยชน์จากสิ่งนั้น ๆ ได้โดยลำดับประการหนึ่ง เพื่อตัดความเกียจคร้านของตนที่ชอบแต่ผลอย่างเดียว แต่ขี้เกียจทำเหตุที่คู่ควรแก่กันประการหนึ่ง และเพื่อตัดทิฏฐิมานะถือตน รังเกียจต่อการโคจรบิณฑบาต อันเป็นลักษณะของการเป็นผู้ขอ

            เมื่อได้อะไรมาจากบิณฑบาตก็ฉันอย่างนั้น พอยังอัตภาพให้เป็นไป ไม่พอกพูนส่งเสริมกายให้มาก อันจะเป็นข้าศึกต่อความเพียรทางใจให้ก้าวหน้าไปได้ยาก การฉันหนเดียวในหนึ่งวันก็ควรฉันเถิดแต่พอประมาณ ไม่ให้มากเกินไป และยังต้องสังเกตด้วยว่าอาหารชนิดใดเป็นคุณแก่ร่างกาย และเป็นคุณแก่จิต เพื่อให้สามารถปฏิบัติสมาธิภาวนาได้ด้วยดี

            ๒.  การถือผ้าบังสุกุลจีวรตลอดชีวิต ในสมัยพุทธกาล พระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญพระมหากัสสปะว่า เป็นผู้เลิศในการทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร
            ผ้าบังสุกุล คือผ้าที่ถูกทอดทิ้วไว้ตามป่าช้า เช่นผ้าห่อศพ หรือผ้าที่ทิ้งไว้ตามกองขยะ ซึ่งเป็นของเศษเดนทั้งหลาย ไม่มีใครหวงแหน พระภิกษุเอามาเย็บติดต่อกันตามขนาดของผ้าที่จะทำเป็นสบง จีวร สังฆาฏิ ได้ประมาณแปดนิ้วจัดเป็นผ้ามหาบังสุกุล ผ้าบังสุกุลอีกประเภทหนึ่งที่เป็นรองลงมา ผู้ที่มีจิตศรัทธานำผ้าที่ตนได้มาด้วยความบริสุทธิ์ไปวางไว้ในสถานที่พระภิกษุเดินจงกรมบ้าง ที่กุฏิบ้าง หรือทางที่ท่านเดินผ่านไปมา แล้วหักกิ่งไม้วางไว้ที่ผ้า หรือจะจุดธูปเทียนไว้ พอให้ท่านรู้ว่าเป็นผ้าถวายเพื่อบังสุกุลเท่านั้น

            ๓.  รุกขมูลเสนาสนัง  ถือการอยู่โคนไม้ในป่าเป็นที่อยู่อาศัย มหาบุรุษโพธิสัตว์ก่อนทรงตรัสรู้ในระหว่างที่แสวงหาโมกขธรรมอยู่หกปี ก็ได้มีความเป็นอยู่อย่างนี้มาโดยตลอด ดังนั้น พระพุทธองค์จึงทรงแนะนำพระสาวกให้เน้นการอยู่ป่าเป็นส่วนใหญ่ จำทำให้การปฏิบัติธรรมก้าวหน้ากว่าการอยู่ที่อื่น

            ๔. การฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่าตลอดชีวิต  เป็นการฉันยาตามมีตามได้ หรือเที่ยวแสวงหายาตามป่าเขา อันเกิดตามธรรมชาติเพื่อบรรเทาเวทนาของโรคทางกายเท่านั้น
จาก
http://www.heritage.thaigov.net/religion/prapa/prapa.htm

chontima

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 747
  • ได้รับการอนุโมทนา 16
    • -
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2010, 06:23:52 pm »
พอจะทราบไหมค่ะ ว่าหลวงพ่อสงบท่านบิณฑบาตร กี่โมงและออกบิณฑบาตรในส่วนไหนของอ.โพธารามค่ะ  ขอบคุณค่ะ

อยากตักบาตร ค่ะ  ท่านผู้รู้ ตอบหลังไมค์ก็ได้ค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2010, 06:42:18 pm โดย chontima »
-

Think Earth

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 158
  • ได้รับการอนุโมทนา 2
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 03:01:58 pm »
ภิกษุ = ผู้ขอ

ตามความเห็นของเรา ถ้าจะแปลง่ายๆ ก็คือ การเดินบิณฑบาตรคืออาชีพของพระ เพราะฉะนั้น ถ้า พระไม่ทำงาน แล้วจะเอาอะไรมาฉัน...มายังชีพ

ก็เหมือนพวกเรา ถ้าไม่ทำงาน จะเอาอะไรมายาไส้ฟะ
แล้วไอ้โมทย์มันเป็นใคร วิเศษตรงไหน เราถึงต้องเอาข้าวไปให้มันแ-ก...เอาตังค์ไปให้มันถลุง

...มรึงเอากับข้าว + ตังค์ของกูคืนมา...เหอ เหอ
...ไอ้โมทย์ แม้ข้าจะให้อภัยไม่ติดใจเอาความเอ็งแล้ว แต่กฎแห่งกรรมนั้นเที่ยงเสมอ
เอ็งจึงต้องตามมาล้างตีน+รับใช้ข้า จนกว่าข้าจะออกจากสังสารวัฏนี้ได้...เหอ เหอ เหอ fighto.

โยมอุปัฏฐาก

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 577
  • ได้รับการอนุโมทนา 24
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 03:11:37 pm »
ภิกษุ = ผู้ขอ

ตามความเห็นของเรา ถ้าจะแปลง่ายๆ ก็คือ การเดินบิณฑบาตรคืออาชีพของพระ เพราะฉะนั้น ถ้า พระไม่ทำงาน แล้วจะเอาอะไรมาฉัน...มายังชีพ

ก็เหมือนพวกเรา ถ้าไม่ทำงาน จะเอาอะไรมายาไส้ฟะ
แล้วไอ้โมทย์มันเป็นใคร วิเศษตรงไหน เราถึงต้องเอาข้าวไปให้มันแ-ก...เอาตังค์ไปให้มันถลุง

...มรึงเอากับข้าว + ตังค์ของกูคืนมา...เหอ เหอ
...ไอ้โมทย์ แม้ข้าจะให้อภัยไม่ติดใจเอาความเอ็งแล้ว แต่กฎแห่งกรรมนั้นเที่ยงเสมอ
เอ็งจึงต้องตามมาล้างตีน+รับใช้ข้า จนกว่าข้าจะออกจากสังสารวัฏนี้ได้...เหอ เหอ เหอ fighto.

แหะๆ  เบาๆก็ได้คุณ ข้าวที่เราให้ท่านไป ถ้าจะเอาคืนตอนนี้มันคงเน่าแล้วล่ะ
หรือมันเกินเน่าจนขึ้นราแล้ว จะเอากลับมาทำไม
ไม่ให้เพิ่มก็คงพอแล้วล่ะ

คิดอีกแง่หนึ่ง ถ้าหากว่ากฏแห่งกรรมเที่ยงเสมอแล้ว
นี่อาจเป็นเพราะกรรมของเราที่เคยทำกับท่านแต่ชาติปางก่อน
เลยต้องมาเสียข้าวของ เสียเงินเสียทองให้ท่านแบบนี้
กรรมนี้อาจจะจบสิ้นกันเพียงเท่านี้ก็ได้
ถ้าให้ท่านไป ตามล้างเท้า รับใช้อีก ไม่กลัวจะจองกรรมกันต่อไปอีกหรือ
อยู่ห่างๆกันดีกว่ามั้ง
บอกทางที่ถูกต้องแก่เพื่อนที่หลงทางก็น่าจะพอ

Think Earth

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 158
  • ได้รับการอนุโมทนา 2
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 03:24:53 pm »
แหม ล้อเล่ง เอามันส์น่ะ บอกแล้วไงว่าให้อภัย :D งบดุลลงตัวแล้ว

น้ำดอกไม้

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1504
  • ได้รับการอนุโมทนา 44
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 03:26:40 pm »
โห แรงกว่าผู้ชายเว็บนี้อีกคุณthink earth เราอ่านยังสะดุ้งเลย เอาแค่ปราโม้ก็ได้ครับ ไม่ต้องถึงไอ้หรอก เดี๋ยวพูดถึงชีเนี่ยคงวงแตก อิ อิ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ ธรรมชาติ , ถ้าธรรมะคือธรรมชาติ จะปฏิบัติกันไปทำไม?
ธรรมะเหนือธรรมชาติ เราจะปฏิบัติเพื่อพ้นจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

satoranai

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2112
  • ได้รับการอนุโมทนา 45
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 03:28:49 pm »
พอจะทราบไหมค่ะ ว่าหลวงพ่อสงบท่านบิณฑบาตร กี่โมงและออกบิณฑบาตรในส่วนไหนของอ.โพธารามค่ะ  ขอบคุณค่ะ

อยากตักบาตร ค่ะ  ท่านผู้รู้ ตอบหลังไมค์ก็ได้ค่ะ

ก่อนอื่นคงต้องไปถึงวัดให้ถูกก่อนครับ (ในเว็ปมีแผนที่)
เพราะท่านบิณฑบาตในรัศมีขอบเขตรอบวัดครับ (ไม่น่าเกิน๓ก.ม.)
ในรัศมีรอบวัดจะมีบ้านผู้คนอยู่บ้างเล็กน้อย
ทุกวันน่าจะทยอยเริ่มออกจากวัดตีห้าครึ่ง-หกโมง
วนกลับมาถึงประตูวัด ประมาณก่อนเจ็ดโมงนิดๆ

แต่การใส่บาตรมีสองแบบ (ผมไม่รู้ที่มานะ)
ช่วงออกพรรษา - จะใส่ที่ประตูทางเข้าวัดก็ได้ หรือ ตามไปประเคนต่อบนศาลาหลังจากท่านเดินบิณฑบาตกลับมาก็ได้ (ในกรณีประเคน ก็ยืมภาชนะถาดจานใส่อาหารเพื่อประเคนได้ที่วัด)
ช่วงเข้าพรรษา - ไม่มีมาประเคนต่อที่ศาลา ทั้งหมดจะใส่บาตรกันนอกวัดโดยรอที่ประตูทางเข้า

ส่วนการใส่บาตรนอกวัดนั้น ที่เห็นส่วนมากก็จะเป็น บรรจุอาหารลงในถุงพลาสติก ทั้งข้าว กับข้าว ขนม ผลไม้ เตรียมไว้เท่าจำนวนพระสงฆ์ ถ้าเข้าพรรษาก็มากหน่อย อาจจะ มากกว่า๒๐รูป

อาหารที่เหลือจากการใส่บาตร หรือ เหลือจากการประเคน
ก็จะได้รับการวนมาวางที่โต๊ะข้างศาลา เพื่อให้ญาติโยมได้ร่วมรับประทานกันต่อไป
ทานเสร็จก็ล้างจาน เช็ดให้แห้ง นำกลับไปวางไว้ที่ยืมมา
จบ

Think Earth

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 158
  • ได้รับการอนุโมทนา 2
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 03:40:09 pm »
ขออนุญาตเพิ่มเติมคุณซาโต้นิดนึงค่ะ :D
ช่วงเข้าพรรษา ใส่บาตรด้านหน้าวัด (ท่านจะเดินมาเป็นสายๆ เลยค่ะ ต่างช่วงเวลาไล่ๆ กันไป แต่เริ่มกี่โมงจำไม่ค่อยได้ค่ะ ???)

แต่ที่แน่ๆ  :D จำแม่นไม่ลืมคือ...องค์หลวงพ่อจะเดินมาเป็นสายสุดท้าย เวลาเกือบตรงกันทุกวันคือ ประมาณ 07.15 น. แต่ถ้าเรามาไม่ทันจริงๆ สามารถไปประเคนต่อได้ ท่านจะเมตตารับไว้แต่จะตักไม่ไ้ด้ค่ะ แล้วจะยกไปวางรวมไว้ที่โต๊ะให้ญาติโยมทานกัน

boonga

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2083
  • ได้รับการอนุโมทนา 33
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 22, 2010, 05:40:55 pm »
อ่านแล้วได้ความรู้ข้อวัตรของพระที่ท่านเคร่งพระวินัยจริงๆเนาะ ท่านเป๊ะๆๆๆๆเลยอ่ะ รับเพราะเมตตาแต่ไม่ฉันท์เพราะผิดพระวินัย สาธุครับ please.

keng

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 148
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 07:21:39 am »
จาก อัตตโนประวัติหลวงปู่หล้า เขมปัตโต  , หลวงปู่ท่านกล่าวถึงหลวงปู่มั่น

ธุคงควัตรจัดเป็นมัชฌิมาปฏิปทา

ครั้นล่วงเข้ามา เวลาวันเดือนปีชีวีของสังขารก็เคลื่อนคล้อยลงทุกวินาที ไม่ว่าคนแก่คนหนุ่มปานกลาง
สังขารที่มีวิญญาณแลไม่มีวิญญาณ มีหน้าที่แปรปรวนไปจากสภาพเดิมอยู่ทุกขณะลมปราณ

แล้วองค์หลวงปู่ป่วยลง

ชั้นที่หนึ่ง ไปบิณฑบาตได้รอบบ้าน

ชั้นที่สอง ไปบิณฑบาตริมบ้าน

ชั้นที่สาม ไปบิณฑบาตครึ่งทาง

พื้นที่สี ไปบิณฑบาตประตูวัด

ชั้นที่ห้า ไปบิณฑบาตใกล้ศาลาฉัน แต่ไปฉันกับหมู่ที่โรงฉันอยู่ (หมายเหตุ ในระหว่างที่ไปไม่ถึงบ้าน โยมเขาจัดกันมาลัดใส่แต่เฉพาะ องค์ท่านกับพระผู้ตามหลังองค์หนึ่งเท่านั้นคือ ครูบาวัน ส่วนนอกนั้นเข้าบ้านตามเคย มีหลวงตาทองอยู่และพระอาจารย์มหาเป็นหัวหน้าพาเข้าบ้าน แต่ย่นเวลาเข้าเช้ากว่าเก่าเพราะ(จะ)ได้มาทันข้อวัตร)

ชั้นที่หก หลวงปู่บิณฑบาตที่ริมบันไดกุฏิองค์ท่าน

ชั้นที่เจ็ด องค์หลวงปู่ยืนบิณฑบาตที่บนระเบียงกุฏิ

ชั้นที่แปด หลวงปู่ตั้งบาตรไว้ที่ระเบียงอันนั่งฉัน
ให้เข้าใจว่าขณะที่บิณฑบาตที่บันไดและระเบียงขององค์หลวงปู่นั้น หลวงปู่ไม่ได้ไปฉันกับลูก ๆ หลาน ๆ ในศาลาแล้ว จึงยอมฉันในถ้วยในชามและยอมซดช้อนสองสามกลืนบ้าง

นี้อย่างไรเล่า หลวงปู่มิได้ทำ เพื่อถือรั้นถือขลังอันใดให้ส่งเสริมมานะทิฎฐิอันใดเลย ทำเพื่อทอดสะพานโต้ง ๆ ให้แก่ลูก ๆ หลาน ๆ ผู้สุดท้ายยอมเป็นยอมตายต่อข้อวัตรส่วนนี้ไม่คลอนแคลน ผู้มีนิสัยอย่างนี้ก็จะได้สืบไว้ ผู้ไม่มีนิสัยอย่างนี้ ก็มีที่พูดอีกว่า ไปบิณฑบาตและไม่ไป มันก็ได้กินและฉันอยู่ จะไปทำไม เกรงจะไม่ได้ฉันหรือ ท่านผู้ชอบอย่างนี้จะว่าก็ว่าซะ ถูกไปคนละส่วนอยู่ ไม่ผิดดอก เพราะพระธรรมวินัยส่วนนี้ไม่บังคับ แล้วแต่ศรัทธาแต่ละรายของเจ้าตัว แต่เป็นเครื่องขัดเกลากิเลส บางท่านกล่าวตู่ธรรมวินัยว่า ธุดงควัตรเป็น อัตตกิลมถานุโยค

หลวงปู่มั่นเคยเทศน์ว่า

ธุดงควัตรก็ดี คัมภีร์วิสุทธิมรรคก็ดีย่นลงในพระปาฏิโมกข์แล้ว โมกขะโมกขัง แปลว่าข้ามพ้นจากความผิด ธุดงควัตรจัดเป็นมัชฌิมาปฏิปทาแบบขัดเกลากิเลส ถ้าพระไม่ปฏิบัติบ้างแล้วจะให้ผีตัวใดมาศรัทธาปฏิบัติเล่า

ธุคงควัตรสิบสามข้อนั้นต้องได้คนละ ๑-๒-๓ ข้อหรือ ๔ ข้ออยู่ เพราะเหตุว่าบางองค์ยินดีแต่เสนาสนะเดิม มิได้โยกย้ายไปทางอื่นเพราะสันโดษในเสนาสนะแล้ว ก็ได้ข้อที่ว่า ยถาสันถติกังคะผู้ฉันหนเดียวก็ได้เอกาสนิกังคะ เหล่านี้เป็นต้น ยากนักยากหนาผู้จะไม่มีธุดงค์เลยทีเดียว ไม่ข้อหนึ่งก็ได้ข้อหนึ่งกันอยู่อย่างนั้น

ผู้เขียนได้ธุดงค์อยู่คือนุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ฉันมื้อเดียวเป็นวัตร อยู่ป่าเป็นวัตร ฉันในบาตรเป็นวัตร ฉันในบาตรเป็นวัตรนี้ บางคราวก็มีภาชนะสองบ้างเพราะเกี่ยวกับนมเป็นบางครั้ง บางทีก็มีน้ำแกงในแก้วบ้างเพราะมีสิ่งที่อ้างแอบกินกับโรคท้องผูกบ้าง แต่ปฏิบัติมาได้ ๒๕ ปีจึงมีภาชนะสองบ้าง แต่กำลังจะแก้กลับคืนอยู่ เพราะพระหนุ่มเณรน้อยเห็นแล้วจับเอาเป็นตัวอย่าง ถ้าตอนไหนหัวหน้าหย่อนบ้าง พระหนุ่มเณรน้อยจับเอาแบบไว้ไม่วางเลย ตอนไหนเคร่งเข้าบ้างก็สะอิดสะเอียน ถือกันว่าอากาศไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

ที่เขียนอยู่เดี๋ยวนี้ พรรษา ๓๖ ล่วงแล้ว อายุขัยล่วงไป ๗๐ ปี ส่วนอายุพรรษามีหน้าที่ล่วงไป ก็ล่วงไปซะ แต่ทว่าสำคัญที่กิเลสมันล่วงไปหรือไม่ ยังเหลืออยู่หนักเบาเท่าไร หรือหากว่าสิ้นไปจากขันธสันดานแล้ว ต้องขึ้นกับภาพพจน์แต่ละรายของแต่ละบุคคล จะโอปนยิโกและปัจจัตตังผู้นั่งศาลบัลลังก์จะหยั่งดูตนเอง มิฉะนั้นแล้วจะมัวแต่แอบกินกับอายุพรรษาไปเป็นอำนาจกวาดต้อนขู่เข็ญคนให้หัก ดอกไม้บูชากิเลสของตน

ตอนนี้ก็ไม่อยากเขียนดอก คล้ายกับว่าปากบอนหอนห้อ แต่ก็มอบให้เป็นกิเลสปากบอนไปซะ ปากก็บอน มือเขียนก็บอน ใจก็บอน บอนกับบ้อน ก็มีความหมายอันเดียวกัน เพราะบอน บ่อน บ้อน บ๊อน บ๋อน มาจากใจ แต่เขียนแล้ว อ่านแล้ว ฟังแล้ว พิจารณาแล้ว มิให้เป็นพิษเดือดร้อนก็แล้วไปเท่านั้น เพราะทุกสิ่งทุกอย่างคิดแล้วนึกแล้วก็ล่วงไปเท่านั้น เพราะจิตสังขารจัดเข้าในนามโลก นามสังขาร นามธรรม นามธาตุ นามอินทรีย์ นามังอนิจจัง นามังทุกขัง นามังอนัตตากันดี ๆ นี่เอง อย่างปฏิเสธไม่ได้ ผู้เขียนรู้ลบ รู้ได้ รู้เสีย รู้เกิด รู้ตาย รู้ไปหลาย รู้ไม่เกิด รู้ไม่ตาย รู้ไปมากก็ไม่เป็นไร แต่ระวังอย่าได้เดือดร้อน แต่ร้อนดับไปแล้วก็มิได้ระวังยาก แต่ถ้ามีอยู่ในใจ ก็ต้องระวัง ต้องร้อนแท้ๆ

การระวังเป็นการไม่ลืมตัวของผู้ยังไม่พ้น เพราะโชกโชนปฏิบัติอยู่ แต่ท่านผู้พ้นไปแล้ว จะต้องระวังทำไม เพราะไม่มีโทษ ผู้ที่มีโทษอยู่ก็ต้องระวัง ถ้าไม่ระวัง มันผิดจริง ๆ

แต่บางสิ่งบางกรณีเกี่ยวกับโลกวัชชะ ก็ต้องรักษาตามพระวินัย แต่ก็ไม่ต้องหนักใจในพระบัญญัติ เพราะพระบรมศาสดาบัญญัติไว้แล้วบริบูรณ์ไม่บกพร่อง และบางท่านชอบกล่าวว่า ทำไมจึงไม่ทำสังคายนาอีกเล่า

ผู้เขียนตอบว่า พระไตรปิฏกบริบูรณ์อยู่ ไม่บกพร่องแล้วไม่ใช่ขาดเขินเลย ท่านผู้ใดเหยียบหลุมถ่านเพลิงก็ปล่อยให้หลุมถ่านเพลิงสังคายนาเอา ทางดีตรงกันข้าม กรรมและผลของกรรมที่ทำดีและชั่วย่อมสังคายนาปวงสัตว์โลกอยู่ไม่มีกลางวัน กลางคืนเลย อยู่ทุกลมปราณก็ว่าได้ อยู่ทุกขณะจิตก็ไม่ผิดอีก เพราะเหตุจิตผลจิตมีอยู่ในปัจจุบันแล้ว ไม่ต้องสาวโยงไปอดีตอนาคตก็ได้ เพราะพระไตรปิฏกฝ่ายสังคหนัย ย่นลงมาในปัจจุบันจิตปัจจุบันธรรมอันเป็นฝ่ายเหตุและผลแล้ว ฝ่ายที่ทรงอยู่นอกเหตุนอกผลเล่า ก็ย่นลงในเอกธัมโม ในปัจจุบันธรรม อันไม่ตาย ไม่เกิด ไม่ดับ ไม่แปรแล้ว

ถ้าสงสัยตอนไหน ๆ แล้ว ความสงสัยตอนนั้นก็เป็นเหตุและเป็นผล วนกันอยู่ ไม่มีเงื่อนต้น เงื่อนปลาย ความไม่สงสัยตอนต้นเป็นภูมิของพระโสดาบัน ความไม่สงสัยตอนท้ายเป็นภูมิของพระอรหันต์ แยกความสิ้นสงสัยออกเป็น ๔ ชั้น ตามชั้นของมรรคและผลไปเป็นตอน ๆ สัจจธรรมก็เช่นกัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยท่านผู้แตกฉานในธรรมเป็นเกณฑ์ ไม่ทั่วไปทุกรูปทุกนามผูกขาดเลย

http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-lah/lp-lah-hist-07.htm

keng

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 148
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 07:24:30 am »
จาก อัตตโนประวัติหลวงปู่หล้า เขมปัตโต  , หลวงปู่ท่านกล่าวถึงหลวงปู่มั่น
อาหารบิณฑบาตประเสริฐกว่า

ปรารภเรื่ององค์ท่านหลวงปู่ที่ได้เขียนข้ามไปบ้าง เพราะระลึกได้ทีหลัง ในระหว่างท่านป่วยชราภาพ ซัดเซไปบิณฑบาตในบ้านอยู่นั้น วันหนึ่งครูบาทองคำกระซิบกับผู้เขียนด่วน ๆ ว่า

“ตอนองค์ท่านหลวงปู่ออก จากห้องแล้ว ตอนเช้าองค์ท่านลงไปจงกรมก่อนบิณฑบาต ท่านเป็นผู้รักษาไฟอั้งโล่ที่เอาไปตั้งไว้ที่สุดของทางจงกรม ทางละอัน เพราะระวังคอยดูแล เกรงองค์ท่านจะเซล้มใส่และก็ได้รักษาอยู่ใกล้องค์ท่าน ท่านจงกราบเท้าเรียนถวายว่า คณะสงฆ์ทุกถ้วนหน้าได้พร้อมใจกันแล้วว่า ขอกราบเท้าเรียนถวายองค์หลวงปู่ไม่ต้องลำบากไปบิณฑบาต คณะสงฆ์จะหามาเลี้ยง ดังนี้ เพราะเป็นเวลาสองต่อสอง ไม่มีองค์อื่นร่วมด้วยในกาลเทศะอย่างนั้น”

ตอบครูบาทองคำย่อ ๆ ว่า “เออ ผมก็จะลองกราบเท้าเรียนถวายนิมนต์ดู แต่ร้อยเปอร์เซ็นต์ทีเดียว ผมเข้าใจว่าองค์ท่านคงไม่ยอมรับ และผมเข้าใจว่าพระอาจารย์มหาคงได้พิจารณาแล้ว ถ้าหากว่ามีประตูจะได้ พระอาจารย์มหาคงกราบเท้าเรียนถวายก่อนพวกเราแล้ว และพระอาจารย์มหาจะไม่วิจารณ์พวกเรา ว่าอวดฉลาดข้ามกรายองค์ท่านดอกหรือ”

ครูบาทองคำตอบว่า “ไม่เป็นไรดอก ผมรับรองได้ ผมจะแก้ช่วยดอก ถ้าหากว่าผิดพอคอขาดบาดตายต่อพระอาจารย์มหา ผมจะรับเอาว่าเป็นด้วยผมดอก ถ้าโอกาสวันนี้ไม่ทัน พรุ่งนี้จึงกราบเรียนนิมนต์ ในยามองค์ท่านจงกรมตอนเช้า ที่อยู่สองต่อสองนั้นแหละ เพราะไม่มีใครคอยฟังอยู่ด้วย เพราะหมู่รวมคอยอยู่ศาลาหมดแล้วในตอนนั้น”

แต่วันนั้นไม่ได้กราบเท้าเรียนถวาย เพราะยังไม่ได้เล่าถวายพระอาจารย์มหาฟัง ทั้งเวลาไม่อำนวย เพราะถ้าวันไหนองค์หลวงปู่ออกห้องสายบ้าง องค์ท่านก็เดินจงกรมไม่นานเพราะจวนบิณฑบาต แต่สุดท้ายก็เลยไม่ได้กราบเรียนพระอาจารย์มหาเลย และเจ้าตัวผู้จะกราบเท้าเรียนถวายอาราธนานิมนต์ก็นึกในใจอยู่แล้วว่า คงไม่ได้เป็นอันขาด แต่ด้วยความเคารพครูบาทองคำก็จะปฏิบัติตามลองดู ส่วนครูบาวันนั้น ท่านฟังแล้วพิจารณาอยู่ไม่ว่ากระไร

คำว่า ครูบาทองคำ ครูบาวันนั้น ในสมัยนั้นผู้เขียนเรียกท่านทั้งสองนี้ว่า ครูบา แบบเต็มภูมิ เพราะถือว่าท่านทั้งสองนี้มีพรรษาเหนือตนไปไม่ถึง ๕ พรรษา เพราะมุ่งเรียกตามพระวินัย ไม่มุ่งเรียกตามธรรมาจารย์เหมือนพระสารีบุตรกับพระอัสสชิ

ครั้นเป็นวันใหม่ ได้เวลาหมู่พระสงฆ์สามเณรไปรวมกันที่ศาลา รอคอยจะเตรียมตัวไปบิณฑบาต องค์หลวงปู่เดินจงกรมกลับไปกลับมาอยู่ ได้นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นดินใกล้ ๆ คอยดูแลองค์ท่านอยู่ เพราะเมื่อองค์ท่านป่วยทวีเข้า ก็ได้รักษาไฟอยู่ใกล้ เกรงจะล้มใส่ ยกมือประนมพร้อมทั้งคุกเข่าอยู่กับพื้นดินว่า

ขอโอกาสกราบเรียนถวาย พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ คณะสงฆ์ พร้อมใจกันให้เกล้ากราบเท้าเรียนถวายพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ ขอนิมนต์วิงวอนมิให้ไปบิณฑบาตเพราะชราภาพแล้ว เดินซัดไปเซมา คณะสงฆ์จะรับอาสาบิณฑบาตมาเลี้ยงดอกขอรับ

ทีนี้องค์หลวงปู่ยืนกางขาออกนิดหน่อย กรุณากล่าวบรรจงพร้อมทั้งแยบคายว่า

พวกเราเป็นขี้เท้าขี้ เล็บของพระองค์เจ้า ไปบิณฑบาตแต่ละวันมันได้ประโยชน์อยู่ เราก็ได้ข้อวัตร เขามาใส่บาตร เขาก็ได้จาควัตร ทานวัตรของเขา ข้าวก้อนใดอาหารกับอันใดตกลงในบาตร ข้าวและกับอันนั้นเป็นของประเสริฐกว่ารับนิมนต์หรือเขาตามมาส่งในวัด ในมหาขันธ์และปฐมสมโพธิกถาได้กล่าวไว้ชัดแล้ว

และผัวเดียวเมียเดียวกับลูกน้อยบางคนเขาก็ได้ใส่บาตร ไม่ได้มีเวลามาวัด และลูกเล็กเด็กน้อยมันตามแม่มันมาใส่บาตรมันก็ได้กราบไหว้ ก็เป็นบุญจิตบุญใจของมัน ก็เรียกว่าเราโปรดสัตว์อยู่ในตัวแล้ว ขึ้นธรรมาสน์จึงจะว่าโปรดสัตว์ มันก็ไม่ถูกละ

อีกประการหนึ่งพระบรมศาสดาของพวกเรา ทรงฉันบิณฑบาตของนายจุนทะกัมมารบุตรแล้วก็ทรงเสค็จถึงเมืองกุสินาราในวัน นั้น รุ่งเช้าก็ทรงสิ้นพระชนมายุ เรียกได้อย่างง่าย ๆ ว่า พระองค์เสด็จบิณฑบาตจนถึงวันสิ้นลมปราณ ได้ทอดสะพานทอง สะพานเงินสะพานอริยทรัพย์ ไว้ให้พวกเราแล้ว ถ้าพวกเราไม่รับมรดกของพระองค์ท่านก็เรียกว่าลืมตัวประมาท พวกเราก็ต้องพิจารณาคำนั้นให้ลึกซึ้ง”


http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-lah/lp-lah-hist-07.htm

pyramid

  • media
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 461
  • ได้รับการอนุโมทนา 16
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 07:55:26 am »
สาธุอนุโมทนาท่านKengที่เอาบทความธรรมะดีๆจากหลวงปู่หล้ามาฝาก

อ่านตรงนี้แล้วซึ้งเลย

"“พวกเราเป็นขี้เท้าขี้ เล็บของพระองค์เจ้า ไปบิณฑบาตแต่ละวันมันได้ประโยชน์อยู่ เราก็ได้ข้อวัตร เขามาใส่บาตร เขาก็ได้จาควัตร ทานวัตรของเขา ข้าวก้อนใดอาหารกับอันใดตกลงในบาตร ข้าวและกับอันนั้นเป็นของประเสริฐกว่ารับนิมนต์หรือเขาตามมาส่งในวัด ในมหาขันธ์และปฐมสมโพธิกถาได้กล่าวไว้ชัดแล้ว"

satoranai

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2112
  • ได้รับการอนุโมทนา 45
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 09:26:29 am »
อนุโมทนาคุณ Keng

ชัดเจนครับ เรื่องการบิณฑบาต
ขอให้ "คนที่แอบอ่านอยู่" สำเนียกด้วย

เสขะ

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 478
  • ได้รับการอนุโมทนา 7
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 10:21:28 am »
ถึงตอนนี้ ปัญหาอาจอยู่ที่ว่า ถ้าเขารับบาตร แล้วเราจะใส่หรือเปล่าล่ะ

ไม่รู้ใครโปรดใครกันแน่  confuse.

วิโมกข์

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 386
  • ได้รับการอนุโมทนา 13
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 10:28:15 am »
ถึงตอนนี้ ปัญหาอาจอยู่ที่ว่า ถ้าเขารับบาตร แล้วเราจะใส่หรือเปล่าล่ะ
คงไม่ใส่ง่ะ ทำใจไม่ด้ายยยย......อีกอย่างไม่มีคนใส่บาตร จะได้ผอมๆ ไง ดีมะ ?

น้ำดอกไม้

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1504
  • ได้รับการอนุโมทนา 44
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 10:28:32 am »
พระแท้จะหาข้ออ้าง หาเหตุหาผลสารพัด เพื่อที่จะรักษาข้อวัตรปฏิบัติ

พระโจรจะหาข้ออ้าง หาเหตุผลสารพัด เพื่ิอที่จะไม่ทำข้อวัตรปฏิบัติ
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ ธรรมชาติ , ถ้าธรรมะคือธรรมชาติ จะปฏิบัติกันไปทำไม?
ธรรมะเหนือธรรมชาติ เราจะปฏิบัติเพื่อพ้นจาก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

วิโมกข์

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 386
  • ได้รับการอนุโมทนา 13
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 10:39:43 am »
คุณน้ำดอกไม้ ชัดเจนมากๆๆ  :)

boonga

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2083
  • ได้รับการอนุโมทนา 33
Re: การบิณฑบาตรเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพระใช่หรือไม่
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2010, 01:11:00 pm »
ถึงตอนนี้ ปัญหาอาจอยู่ที่ว่า ถ้าเขารับบาตร แล้วเราจะใส่หรือเปล่าล่ะ

ไม่รู้ใครโปรดใครกันแน่  confuse.

ผมว่าไม่มีทางที่โมทย์ขี้โม้ออกเดินบิณฯครับ คนมันเคยสบายแล้ว นั่งกินนอนกิน ให้มาลำบากเค้าไม่ยอมหรอกครับ. boonga ฟันธง!!!  fighto.