ผู้เขียน หัวข้อ: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ  (อ่าน 23723 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 36 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

mes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1150
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 08:37:38 am »
 clap. clap. clap. clap. clap.

mes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1150
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 08:42:19 am »
ต่อๆ

มีข้อที่พึงทราบ ท่านเกิดฯเคยสนใจ อยู่กงนี้แหละ



อ้างถึง

วิปัสสนูปกิเลส ๑๐ หมายถึง อุปกิเลสแห่งวิปัสสนา เป็นธรรมารมณ์ที่เกิดแก่ผู้ได้วิปัสสนาอ่อนๆ (ตรุณวิปัสสนา) สภาพน่าชื่นชมแต่ที่แท้เป็นโทษเครื่องเศร้าหมองแห่งวิปัสสนา ทำให้เข้าใจผิดว่าตนบรรลุมรรคผลแล้ว เป็นเหตุขัดขวางไม่ให้ก้าวหน้าต่อไปในวิปัสสนาญาณ มี ๑๐ อย่าง คือ

    * โอภาส หมายถึง แสงสว่าง(ที่ปรากฏเป็นธรรมารมณ์ในใจ)
    * ญาณ หมายถึง ความหยั่งรู้
    * ปีติ หมายถึง ความอิ่มใจ
    * ปัสสัทธิ หมายถึง ความสงบเย็น
    * สุข หมายถึง ความสุขสบายใจ
    * อธิโมกข์ หมายถึง ความน้อมใจเชื่อ ศรัทธาแก่กล้า ความปลงใจ
    * ปัคคาหะ หมายถึง ความเพียรที่พอดี
    * อุปัฏฐาน หมายถึง สติแก่กล้า สติชัด
    * อุเบกขา หมายถึง ความมีจิตเป็นกลาง
    * นิกันติ หมายถึง ความพอใจ ติดใจ


คงไม่ต้องพูกยาว วิปัสสนูปกิเลสนี้ จะเกิดตอนนี้แหละ
คือตอนได้เจริญปัญญามาถึงแถวนี้ มรรคามรรคญาณทัสสนะวิสุทธิ เข้าสู่อุทยภยญาณอย่างอ่อนๆ เมื่อมาถึงแถวนี้ ก็จะเกิดญาณปัญญาบรรเจิดน่ะ

เราจึงตึงต้องพึงระวัง วิปัลลาศ!


วิปัลลาส ก็คือ ความเห็นผิด
จึงต้องมีกัลยาณมิตรคอยชี้แนะ ทำความเข้าใจ นัดแนะ ชี้แจง
แบบที่เหล่าฮูพยายามทำอยู่นี่แหละ คือซักซ้อมความเข้าใจให้ดี ให้วางใจให้ถูก
หาไม่แล้ว หากไปทึกทัก ปฎิบัติแบบ"กูรู้" ก็ง่ายที่จะวิปัลลาส

แต่เมื่อมีกัลยาณมิตรคอยเฝ้าดูแลอยู่ ท่านจะคอยแก้ ชี้ แนะ  ทำความเข้าใจให้
(มีในชีวประวัติของพระอาจารย์หลายท่านแล้ว งดเล่าเน่อ)

ใช่ครับ  เป็นดังที่ท่านเล่าฮู้กล่าวจิงๆคับ

mes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1150
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 08:45:17 am »
                             


 ความจริงอย่างนี้ปราโมทย์รู้ไหมครับ

เกิดเป็นคนช่างยากแท้

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1636
  • ได้รับการอนุโมทนา 14
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 10:49:52 am »
ต่อๆ

มีข้อที่พึงทราบ ท่านเกิดฯเคยสนใจ อยู่กงนี้แหละ



อ้างถึง

วิปัสสนูปกิเลส ๑๐ หมายถึง อุปกิเลสแห่งวิปัสสนา เป็นธรรมารมณ์ที่เกิดแก่ผู้ได้วิปัสสนาอ่อนๆ (ตรุณวิปัสสนา) สภาพน่าชื่นชมแต่ที่แท้เป็นโทษเครื่องเศร้าหมองแห่งวิปัสสนา ทำให้เข้าใจผิดว่าตนบรรลุมรรคผลแล้ว เป็นเหตุขัดขวางไม่ให้ก้าวหน้าต่อไปในวิปัสสนาญาณ มี ๑๐ อย่าง คือ

    * โอภาส หมายถึง แสงสว่าง(ที่ปรากฏเป็นธรรมารมณ์ในใจ)
    * ญาณ หมายถึง ความหยั่งรู้
    * ปีติ หมายถึง ความอิ่มใจ
    * ปัสสัทธิ หมายถึง ความสงบเย็น
    * สุข หมายถึง ความสุขสบายใจ
    * อธิโมกข์ หมายถึง ความน้อมใจเชื่อ ศรัทธาแก่กล้า ความปลงใจ
    * ปัคคาหะ หมายถึง ความเพียรที่พอดี
    * อุปัฏฐาน หมายถึง สติแก่กล้า สติชัด
    * อุเบกขา หมายถึง ความมีจิตเป็นกลาง
    * นิกันติ หมายถึง ความพอใจ ติดใจ


คงไม่ต้องพูกยาว วิปัสสนูปกิเลสนี้ จะเกิดตอนนี้แหละ
คือตอนได้เจริญปัญญามาถึงแถวนี้ มรรคามรรคญาณทัสสนะวิสุทธิ เข้าสู่อุทยภยญาณอย่างอ่อนๆ เมื่อมาถึงแถวนี้ ก็จะเกิดญาณปัญญาบรรเจิดน่ะ

เราจึงตึงต้องพึงระวัง วิปัลลาศ!

วิปัลลาส ก็คือ ความเห็นผิด
จึงต้องมีกัลยาณมิตรคอยชี้แนะ ทำความเข้าใจ นัดแนะ ชี้แจง
แบบที่เหล่าฮูพยายามทำอยู่นี่แหละ คือซักซ้อมความเข้าใจให้ดี ให้วางใจให้ถูก
หาไม่แล้ว หากไปทึกทัก ปฎิบัติแบบ"กูรู้" ก็ง่ายที่จะวิปัลลาส

แต่เมื่อมีกัลยาณมิตรคอยเฝ้าดูแลอยู่ ท่านจะคอยแก้ ชี้ แนะ  ทำความเข้าใจให้
(มีในชีวประวัติของพระอาจารย์หลายท่านแล้ว งดเล่าเน่อ)
  ใช่เลยตรงนี้แหละท่านเล่าฮู..อยากพูดกลัวคนอื่นเขาว่าบ้าเคยเกิด ขนาดนึกว่าตนเป็นโสดา..กับเค้าแน่ละมั๊ง..อะไรๆก็ทำได้ดี สะอาดหมดจด สงบเสงี่ยมติดสุขไม่อยากยุ่งกับใคร..รู้อะไก็ลึกกว่าคนธรรมดาเขารู้(เสือกคิดไปเอง)..มองคนปั๊บเห็นกริยาก็เห็นในใจเขาเลยทำนองนั้นแหละท่านเล่าฮู..เกือบเปิดสำนักใบ้หวยไปแล้ว อิอิ

mes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1150
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 05:51:19 pm »
ต่อๆ

มีข้อที่พึงทราบ ท่านเกิดฯเคยสนใจ อยู่กงนี้แหละ



อ้างถึง

วิปัสสนูปกิเลส ๑๐ หมายถึง อุปกิเลสแห่งวิปัสสนา เป็นธรรมารมณ์ที่เกิดแก่ผู้ได้วิปัสสนาอ่อนๆ (ตรุณวิปัสสนา) สภาพน่าชื่นชมแต่ที่แท้เป็นโทษเครื่องเศร้าหมองแห่งวิปัสสนา ทำให้เข้าใจผิดว่าตนบรรลุมรรคผลแล้ว เป็นเหตุขัดขวางไม่ให้ก้าวหน้าต่อไปในวิปัสสนาญาณ มี ๑๐ อย่าง คือ

    * โอภาส หมายถึง แสงสว่าง(ที่ปรากฏเป็นธรรมารมณ์ในใจ)
    * ญาณ หมายถึง ความหยั่งรู้
    * ปีติ หมายถึง ความอิ่มใจ
    * ปัสสัทธิ หมายถึง ความสงบเย็น
    * สุข หมายถึง ความสุขสบายใจ
    * อธิโมกข์ หมายถึง ความน้อมใจเชื่อ ศรัทธาแก่กล้า ความปลงใจ
    * ปัคคาหะ หมายถึง ความเพียรที่พอดี
    * อุปัฏฐาน หมายถึง สติแก่กล้า สติชัด
    * อุเบกขา หมายถึง ความมีจิตเป็นกลาง
    * นิกันติ หมายถึง ความพอใจ ติดใจ


คงไม่ต้องพูกยาว วิปัสสนูปกิเลสนี้ จะเกิดตอนนี้แหละ
คือตอนได้เจริญปัญญามาถึงแถวนี้ มรรคามรรคญาณทัสสนะวิสุทธิ เข้าสู่อุทยภยญาณอย่างอ่อนๆ เมื่อมาถึงแถวนี้ ก็จะเกิดญาณปัญญาบรรเจิดน่ะ

เราจึงตึงต้องพึงระวัง วิปัลลาศ!

วิปัลลาส ก็คือ ความเห็นผิด
จึงต้องมีกัลยาณมิตรคอยชี้แนะ ทำความเข้าใจ นัดแนะ ชี้แจง
แบบที่เหล่าฮูพยายามทำอยู่นี่แหละ คือซักซ้อมความเข้าใจให้ดี ให้วางใจให้ถูก
หาไม่แล้ว หากไปทึกทัก ปฎิบัติแบบ"กูรู้" ก็ง่ายที่จะวิปัลลาส

แต่เมื่อมีกัลยาณมิตรคอยเฝ้าดูแลอยู่ ท่านจะคอยแก้ ชี้ แนะ  ทำความเข้าใจให้
(มีในชีวประวัติของพระอาจารย์หลายท่านแล้ว งดเล่าเน่อ)
  ใช่เลยตรงนี้แหละท่านเล่าฮู..อยากพูดกลัวคนอื่นเขาว่าบ้าเคยเกิด ขนาดนึกว่าตนเป็นโสดา..กับเค้าแน่ละมั๊ง..อะไรๆก็ทำได้ดี สะอาดหมดจด สงบเสงี่ยมติดสุขไม่อยากยุ่งกับใคร..รู้อะไก็ลึกกว่าคนธรรมดาเขารู้(เสือกคิดไปเอง)..มองคนปั๊บเห็นกริยาก็เห็นในใจเขาเลยทำนองนั้นแหละท่านเล่าฮู..เกือบเปิดสำนักใบ้หวยไปแล้ว อิอิ

ท่านเกิด  ใช่แล้วครับ

สาธุ


อารมณ์นี้ผมอยากสวดบท

พระพุทธคุณครับ

ศาสนามีความหว้งครับ

Tawee gibb

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 582
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 07:32:30 pm »
...
  ใช่เลยตรงนี้แหละท่านเล่าฮู..อยากพูดกลัวคนอื่นเขาว่าบ้าเคยเกิด ขนาดนึกว่าตนเป็นโสดา..กับเค้าแน่ละมั๊ง..อะไรๆก็ทำได้ดี สะอาดหมดจด สงบเสงี่ยมติดสุขไม่อยากยุ่งกับใคร..รู้อะไก็ลึกกว่าคนธรรมดาเขารู้(เสือกคิดไปเอง)..มองคนปั๊บเห็นกริยาก็เห็นในใจเขาเลยทำนองนั้นแหละท่านเล่าฮู..เกือบเปิดสำนักใบ้หวยไปแล้ว อิอิ

หมายเถิง ท่านเกิดฯเคยมีประสพการณ์ถึงกงนี้แล้วกระมัง
ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆ
ยินดีล่วย ๆ
ซาแดงว่า ข้อขัดข้องตั้งแต่ศีลวิสุทธิยายันมรรคามรรคญาณทัศนวิสุทธิ
ท่านเกิดฯเคยฝ่าด่านมาได้บ้างแล้ว สาธุๆ

แต่กงนี้ เหล่าฮูว่าควรอยู่ใกล้กัลยาณมิตรเสียหน่อยก็ดีเน่อ

ผู้เคยเยื้องยุรยาตรมาถึงแถวนี้ ก็จะเข้าใจ
อุปสรรคก็ไม่น้อยเน่อ
อยากเล่าแชร์เหมือนกัน ก็กลัวเค้าจะว่าบ้า
ท่านศิษย์พี่MESเคยเสี่ยงเล่า สมัยนับท่อพีวีซีแล้วดันไประลึกรู้อะไรแปลกๆขึ้นมา แต่เป็นเหตุการณ์ในสถานที่อื่นในเวลาเดียวกัน เหล่าฮูเลยไม่ค่อยสงสัยน่ะ และไม่คิดว่าคนที่ไม่มีประสพการณ์แบบนั้นจินๆ จะเล่าได้ค่อนข้างตรง เหมือนที่เหล่าฮูก็เคยประสพมาบ้าง

แต่ที่จิน เรายังไม่ได้เข้าสู่วิปัสสนาญาณน่ะ ต้องหลังจากแก้กงนี้เสียก่อน!

แต่ก็ไม่เป็นไร
เพราะญาณ(ปัญญา)และฌาณ(สมาธิ)มันหนุนกันตามหนัก-เบา ก่อน-หลัง ไม่เท่ากันในแต่ละคน จึงไม่ต้องพะวักพะวนว่า ของใครถึงกงไหนก่อนใคร ว่ากันไปตามเหตุ-ปัจจัยที่แต่ละคนลงมือก็แล้วกัน
ถ้าวางใจได้ตรงทางเร็ว ปัญญาก็น่าจะเจริญได้เร็ว
จึงว่า การซักซ้อม ทำความเข้าใจ ตกลง นัดแนะ ชี้แจง อะไรเทือกนี้ ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าเข้าใจถูกก็เป็นวิปัสสนา ถ้าเข้าไม่ถูกก็ไม่เป็นวิปัสสนา เสียเวลาเปล่า
ลางทีก็ไม่เป็นทั้งสมถะล่วย ก็เพราะไม่ทำฟามเข้าใจให้ดีกันก่อนปฎิบัติการนี่แหละ เรื่องนี้ต้องใช้เวลาเน่อ!

เกิดเป็นคนช่างยากแท้

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1636
  • ได้รับการอนุโมทนา 14
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2012, 06:07:08 am »
สาธุ อนุโมทนากับท่านเล่าฮู..นั่นแหละที่ครูอาจารย์ บางองค์ท่านเคยพูดไว้..พวกปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่ต้องผ่าน ..บ้า..มาไม่มาก็น้อยละในสายตาคนอื่น เพราะเราทำไม่ค่อยจะเหมือนพวกสังคมเขา อิอิ

mes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1150
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #57 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2012, 09:50:14 am »
ช่วยกันเล่าประสพการณ์จริง

เพื่อ

ขจัดพวกมิจฉชีพพุทธศาสนา  อย่างปราโมทย์  ไชยบูลย์

Tawee gibb

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 582
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #58 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 02:12:26 pm »
ช่วยกันเล่าประสพการณ์จริง

เพื่อ

ขจัดพวกมิจฉชีพพุทธศาสนา  อย่างปราโมทย์  ไชยบูลย์




ผู้น้อยคิว่า คอยท่านผู้มีอายุแสดง เห็นจะเหมาะฝ่า
(อยากฟังอย่างมาก โดยเฉพาะจำได้ว่า ได้รู้จักบางท่านที่เป็นของจินแท้มาแล้ว แต่ไม่เห็นแพร่งพรายรายละเอียด)

 เมื่อคะเนเอาจากที่ผ่านมา เห็นว่า อาจเป็นโทษแก่ผู้น้อยอย่างสาหัส
ทั้งไม่เป็นคุณต่อผู้ใด
ผู้ที่ฟังแล้วเห็นคล้อยตาม
ลางทีก็จะไปยึดเอาว่า จะเอาแบบไอ้นี่
ถ้าไม่ใช่ ซาแดงว่ายังไม่เข้าที่เข้าทาง

ส่วนผู้ที่เห็นต่างหรือไม่เชื่อเอาเสียเลย
อีจะพลอยคิว่า เหลวไหล
เข้าใจพุทธธรรมผิดๆ วิเศษวิโสเกินชาวบ้าน หลงตัวเอง สำคัญผิด ปามาณเน๊

ครั้นจะพูกลอยๆแบบที่นี่ โดยไม่ต้องให้ใครรู้จักก็ล่าย ก็เห็นว่าจะพลอยมีผู้เลียนแบบ เอาไปเป็นแก๊กไว้หลอกคนอื่นบ้าง เอาไว้โม้บ้าง ทึกทักเป็นตุเป็นตะบ้าง
แม้แต่คนในครอบครัวเอง ก็อาจจับเหล่าฮูไปช็อตไฟฟ้าก็เป็นล่าย

ด้วยประการละฉนี้
จึงขอเชิญน้าเกิดฯ และผู้อาวะโสเฒ่า จงกล่าวเถิด
 ผู้น้อยขอน้อมรับฟังแต่ฝ่ายเดียว เห็นจะประเสริฐ 
ขอสงวนไว้เล่าให้สหายที่รักใคร่ชอบพออัธยาศัยกัน แลกเปลี่ยนกันในโอกาสอันเหมาะสม
น่าจะสนุกฝ่า

mes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1150
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #59 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 03:53:41 pm »
อ้างถึง
ผู้น้อยคิว่า คอยท่านผู้มีอายุแสดง เห็นจะเหมาะฝ่า
(อยากฟังอย่างมาก โดยเฉพาะจำได้ว่า ได้รู้จักบางท่านที่เป็นของจินแท้มาแล้ว แต่ไม่เห็นแพร่งพรายรายละเอียด)


ตรงนี้ท่านเล่าฮู้หมายถึงผมหรือเปล่าครับ

ถ้าใช่ผมก็ลืมไปแล้วว่าได้กล่าวเช่นนั้น(ขออภัยท่านเล่าฮู้จิงๆ)

ท่านที่เป็นของจิงมีคับ  รายละเอียดหลายท่านคงทราบประวัติของท่าน

ไม่ได้พิสดารแต่อย่างไรครับ

แต่จะนำมาแพร่งพรายยคงไม่เหมาะครับ 

อย่างที่ท่านเล่าฮู้กล่าว

คนเชื่อจะเลี่ยนแบบท่าน

คนไม่เชื่อก็จะโจมตีท่าน 

เป็นบาปแก่ท่านโดยใช่เหตุ

อีกประการหนึ่ง

ไม่รู้จะเอาหลักฐานอะไรมายื่นยัน

อย่างนี้จะเรียกปัจจตังได้ไหมครับท่านเล่าฮู็




เกิดเป็นคนช่างยากแท้

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1636
  • ได้รับการอนุโมทนา 14
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #60 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 06:29:02 am »
สำหรับผม..ท่านขันธ์ห้องพลังจิต นั่นท่านรู้หมดเลยครับ ผมยอมลงให้เลย จิตท่าน..ละเอียดกว่าผมเยอะ ทุกคำโพสต์ของท่านไม่มีช่องว่างที่ผมไม่เข้าใจ หรือลังเลเลย ท่านเป็นนักปฏิบัติจริงๆ..เหตุและผลครบถ้วน
  ไม่ทราบท่านหายไปไหน..มอดพลังจิต..เขาคงคิดว่าท่านอยู่นานไม่ได้เงินบริจาคกระมังคิดแค่แง่เดียวเท่านั้น ท่านคือแม่เหล็กนักปฏิบัติที่ดึงดูดคนอื่นมาเล่นเลยนะนั่น ..พลังจิตคิดสั้นจริงๆ..หากมาห้องนี้ผมก็อนุโมทนาด้วย

mes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1150
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #61 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 07:49:39 am »
สำหรับผม..ท่านขันธ์ห้องพลังจิต นั่นท่านรู้หมดเลยครับ ผมยอมลงให้เลย จิตท่าน..ละเอียดกว่าผมเยอะ ทุกคำโพสต์ของท่านไม่มีช่องว่างที่ผมไม่เข้าใจ หรือลังเลเลย ท่านเป็นนักปฏิบัติจริงๆ..เหตุและผลครบถ้วน
  ไม่ทราบท่านหายไปไหน..มอดพลังจิต..เขาคงคิดว่าท่านอยู่นานไม่ได้เงินบริจาคกระมังคิดแค่แง่เดียวเท่านั้น ท่านคือแม่เหล็กนักปฏิบัติที่ดึงดูดคนอื่นมาเล่นเลยนะนั่น ..พลังจิตคิดสั้นจริงๆ..หากมาห้องนี้ผมก็อนุโมทนาด้วย

ท่านขันธ์ถ้าท่านได้อ่านแล้วจะไม่อนุโลมมาคุยกันที่เวปนี้บ้างหรือครับ


Tawee gibb

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 582
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #62 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 10:18:04 am »


ตรงนี้ท่านเล่าฮู้หมายถึงผมหรือเปล่าครับ

ถ้าใช่ผมก็ลืมไปแล้วว่าได้กล่าวเช่นนั้น(ขออภัยท่านเล่าฮู้จิงๆ)

ท่านที่เป็นของจิงมีคับ  รายละเอียดหลายท่านคงทราบประวัติของท่าน

ไม่ได้พิสดารแต่อย่างไรครับ

แต่จะนำมาแพร่งพรายยคงไม่เหมาะครับ 

อย่างที่ท่านเล่าฮู้กล่าว

คนเชื่อจะเลี่ยนแบบท่าน

คนไม่เชื่อก็จะโจมตีท่าน 

เป็นบาปแก่ท่านโดยใช่เหตุ

อีกประการหนึ่ง

ไม่รู้จะเอาหลักฐานอะไรมายื่นยัน

อย่างนี้จะเรียกปัจจตังได้ไหมครับท่านเล่าฮู็




หมายเถิงผู้ที่มีปัญญาญาณยิ่งยวดน่ะ
เห็นท่านอาวุโสเคยพูกถึงนิดหน่อย
ผู้น้อยเห็นว่า หากเป็นผู้อื่นเล่า ก็ไม่สู้จะตื่นเต้นอะไร
แต่นี่เป็นอาวุโสเล่า ก็เลยหูผึ่ง!
แต่ก็เป็นอย่างที่ว่า

ผู้ที่ไม่พร้อมจะฟังเรื่องแบบนี้ มีมากกว่าผู้ที่พร้อม
เพราะง่ายที่จะทึกทักเป็นตุเป็นตะ
เดี๋ยวจะพลอยมีคนคิว่า อย่างนี้ตูก็ทำได้เหมือนกันฟระ ปามาณเน๊

เลยว่า ไว้โอกาสเหมาะ ค่อยเล่าแลกเปลี่ยนประสพการณ์แบบกันเองๆจะเข้าท่าฝ่า
โดยเฉพาะเรื่องหลักฐาน
ผู้ที่เขาถึงพร้อม เขาไม่แสดงอะไรร๊อก
เพราะเขาฉลาดพอที่จะไม่ผลีผลาม ดั่งที่พระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสห้าม

ผู้น้อยไม่ชอบฟังคำเทศนาของอาจารย์ มากนัก(คือหลวงพ่อจรัล)
เหล่าฮูจับหลักไม่ค่อยล่าย โดยมากเทศน์เป็นทำนองอบรม -บุญกรรมฯลฯ
(เพราะท่านเทศน์แบบชาวบ้านๆ คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้โดยทั่ว)
ทั้งท่านก็ไม่ได้เจนจัดปริยัตินัก ออกแนวลงมือปฎิบัติ
เวลาจะฟัง มักชอบฟังแนว
 วิถีพุทธจะต้องมีท่าทีอย่างไร คิดยังไง มีหลักคิดอย่างไร
พระพุทธเจ้าว่าถึงเรื่องนั้นๆอย่างไร
(ก็จะมีหลวงพ่อพุทธ ท่านเจ้าคุณประยุตต์ ลพ.สมภพ ทำนองนี้มากฝ่า)

แต่ในเรื่องความเคารพ ที่หนึ่งเลยคือหลวงพ่อจรัลนี่แหละ
เพราะถือว่า ให้กำเนิดธรรมปัญญาแก่เหล่าฮู เป็นต้นทางแห่งการภาวนา
จึงเคารพท่านอย่างที่สุดน่ะ

เล่าให้ฟัง!
ครั้งหนึ่งตอนทำวัตรเช้าราวตี3
เคยขอในใจให้ท่านหยุดเดินขณะที่เดินอยู่ เพื่อให้เหล่าฮูได้กราบเท้า
อิๆ มะอยากเชื่อ
คนตั้งมากมายรอกราบเป็นแถวยาวเฟื้อย
แต่ท่านกลับเดินมาหยุดให้เหล่าฮูกราบล่ะ
(ใครไม่เชื่อก็ช่างเน่อ เป็นตัวอย่างคลาสสิคส่วนตั๊ว-ส่วนตัว)
ขอบอกๆ
ที่เห็นเล่ากันเป็นตุเป็นตะ สนุกสนานนั้น
ลางคนอาจจะค่อนขอด คิว่านิยาย
ที่จิน เหล่าฮูคนนึงล่ะ ที่รู้ว่าไม่ใช่นิยายเน่อ!

Tawee gibb

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 582
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #63 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 10:58:15 am »
สำหรับผม..ท่านขันธ์ห้องพลังจิต นั่นท่านรู้หมดเลยครับ ผมยอมลงให้เลย จิตท่าน..ละเอียดกว่าผมเยอะ ทุกคำโพสต์ของท่านไม่มีช่องว่างที่ผมไม่เข้าใจ หรือลังเลเลย ท่านเป็นนักปฏิบัติจริงๆ..เหตุและผลครบถ้วน
  ไม่ทราบท่านหายไปไหน..มอดพลังจิต..เขาคงคิดว่าท่านอยู่นานไม่ได้เงินบริจาคกระมังคิดแค่แง่เดียวเท่านั้น ท่านคือแม่เหล็กนักปฏิบัติที่ดึงดูดคนอื่นมาเล่นเลยนะนั่น ..พลังจิตคิดสั้นจริงๆ..หากมาห้องนี้ผมก็อนุโมทนาด้วย

อิอิ เหล่าฮูก็รู้สึกดีกะท่านขันธ์น่ะ
แต่ก็แค่รู้สึกดี
เค้าไม่ค่อยจะยอมเสวนากะเหล่าฮู มะรู้ทำไม

อาจครั้งนึง เคยพูกทำนองสนับสนุนการดูจิต(ไอ้โมด)
ตอนนั้นไม่รู้ว่าไอ้โมดจะหลงตัวเองขนาดเน๊
ท่านขันธ์สงวนท่าที ตามอ่านเฉยๆและแย๊บแบบสงวนท่าทีไม่แสดงตนเป็นปฎิปักษ์
รักษามารยาทดีมาก เหล่าฮุชื่นชมน่ะ
(อาไข่น้อยสหายน้อยของเหล่าฮูอีเชื่อไอ้โมดแบบสุดขั้ว(มะรู้หายไปไหน)
2หน่อนี่ เค้าตอแยกันแบบสนุกมั่กๆ เหล่าฮุดูเค้าแขวะกัน ตล๊ก-ตลก)

หง่า ท่านขันธ์เป็นคนแรกๆเท่าที่เห็น เล่นงานไอ้เวรคำ
ดูมัน ดูมัน!



ฮี่ๆๆๆๆๆๆ
เรื่องเน๊ เหล่าฮูขออนุโมทนา สาธุกะท่านเกิดฯ ด้วยฟามจินใจ
เพราะท่านเกิดฯ ก็เป็นผู้ที่ออกแรง ปกป้องศาสนาชั้นแนวหน้า
อุเบกขาแบบลงมือ(เหมือนเฮียซาโต้)
ไม่พูดตัดบท ตัวใครตัวมัน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
วันเน๊ มันเริ่มแสดงผลแล้วล่ะ เหอๆๆๆๆๆ

เกิดเป็นคนช่างยากแท้

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1636
  • ได้รับการอนุโมทนา 14
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #64 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 03:16:10 pm »
โอ้โฮ..ใช่รูป เณรคำ ..จริงๆด้วย ท่านเล่าฮูไปเอามากไหนนี่ อิอิ :o :o :o

hangman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2372
  • ได้รับการอนุโมทนา 23
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #65 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2012, 06:01:32 pm »
สรุปแล้วเป็นสมถะแลวิปัสนาหรือไม่

Tawee gibb

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 582
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #66 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 11:25:15 am »
โอ้โฮ..ใช่รูป เณรคำ ..จริงๆด้วย ท่านเล่าฮูไปเอามากไหนนี่ อิอิ :o :o :o


คือ มีสาธุชนผู้มีจิตอุเบกขา ชื่อ นิวรรฒก์ มาโมทนาสาธุกะเหล่าฮูเงียบๆ
พอมีฟามคืบหน้า ก็ส่งลิ๊งค์นี้มาให้ดูง่ะ


http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y12702603/Y12702603.html

เอาภาพอีกภาพ เป็นเกมจับผิดรูปภาพ




รวมทั้งเจ้าตัว ก็ยอมเปลืองตัวออกมาอุเบกขาล่วย ที่นี่

http://board.palungjit.com/f4/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B3-254289-18.html#post6882670


ฮี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อีกไม่นาน จะมีการโจทย์เรื่องอุตริมนุสสธรรม
โปรดติดตามตอนต่อไป

Tawee gibb

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 582
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #67 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 11:43:04 am »
สรุปแล้วเป็นสมถะแลวิปัสนาหรือไม่


เหล่าฮูขอลองตอบดูเน่อ

ถ้าเป็นตามข้อสังเกตของท่านอาวุโสดังนี้

อ้างถึง

....
เอาความหิวนี่แหละตั้งสมาธิไม่ให้อยาก

โยนิโสมนสิการความหิวอย่างละเอียดมากๆ

แล้วจึงกินบรรเทาหิว  โดยตั้งสติไม่ให้กินเพื่อความอยาก

ทำอย่างนี้เป็นประจำๆ

แต่ต้องระวังไม่ให้ไปติดอัตตกิลมถานุโยโค  หรือ  กามสุขัลลิกานุโยโค

อย่างนี้แล้ว

เป็นได้ทั้ง  สมถะ  และ  วิปัสสนา  ได้หรือไม่ครับ


ตามคำถามเป๊ะๆ ก็เป็นทั้งสมถะ และวิปัสสนา

สุดแท้แต่วางใจเช่นไร

ถ้ามนสิการฟามหิวมาเป็นอารมณ์ และยึดฟามรู้สึกนี้เป็นอารมณ์เดียว ก็เป็นสมถะได้

แต่ถ้าใช้สติ มนสิการ กินเพื่อไม่ให้เกิดฟามอยาก

ดังนี้ถือเป็นอารมณ์จร มนสิการแล้วก็กินต่อ

ท่าทีแบบเน๊ คือ วิปัสสนา

แต่หาก เป็นการเตรียมฟามพร้อม เพื่อลงมือปฎิบัติการภาวนา

อยู่ในขั้นเตรียมฟามพร้อม

ก็อยู่ในระดับศีล(ในมรรค)

คือ เป็นทั้งอินทรียสังวรศีล (ศีลคือการสำรวมระวังอายตน เพื่อไม่ให้เกิดโทษ)

และเป็นทั้งปจจยสสันนิสิตศีล หรือ ปัจจเวกขณสุทธิ
(ศีลคือการใช้สอยปัจจัย4และอื่นๆตามคุณค่าแท้ๆ คือ ศีลที่พระภิกษุ ใช้พิจารณาปัจจัยที่ได้มาก่อนจึงใช้สอย  เหตุผลที่ทรงแสดงการพิจารณาสิ่งที่ได้มาก่อนแล้วค่อยบริโภคใช้สอยเพื่อไม่ให้กิเลส อาสวะท้งหลายเกิดในการใช้สอย ปัจจัยที่ได้มา อันเป็นการปิดกั้นกิเลส อาสวะทั้งหลายที่จะเกิดในปัจจุบัน ที่จะเกิดเพราะสิ่งที่ได้มา
http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=18467)

yanophaso

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #68 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 04:34:39 pm »
ขอถามเรื่องพระเณรคำ สักนิดนะ ผมบอกตามตรงผมไม่ลงใจมานานแระ เคยไปฟังเทศน์หนนึงวนแต่ผิวๆไม่เข้าเรื่องจิตตภาวนาซักกะที แถมข้ามไปข้ามมากล่าวแต่ผลของพระอริยะ ฟังแล้วไม่ถึงใจเลยเดินออก ออกมาหน้า
งานเจอเต็มๆ โต๊ะทำบุญบูชาเทวดาปกปักษ์พระแก้วมรกต ตามมาด้วยราหูหรืออะไรซักอย่างนี่แหละจำไม่ได้แล้วก็.ชูชก.  เท่านั้นแหละเดินออกอย่างสบายใจ.

ไปเจอ ชาติหน้าไม่ขอมาเกิดเล่ม3 มั้งชื่อประมาณนี้แหละ ในร้านหนังสือ จัดฉากใส่ชุดพระธุดงค์ที่มุ่งมั่นบริขารไหม่แว๊บ คล้ายๆปกโปสเตอร์หนังอะไรซักอย่าง. ถามคนทำหนังสือในใจนะ ไม่เคยเห็นครูบาอาจารย์ที่ท่านลุยวิเวกจนแทบตายที่ไหนมาจัดท่าถ่ายรูปยังงี้เลย  อยากรู้จริงๆว่าคนเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์เพราะอะไรน้อ

satoranai

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2112
  • ได้รับการอนุโมทนา 45
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #69 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2012, 05:15:04 pm »
 clap. clap. clap. clap. clap.

สำหรับผม..ท่านขันธ์ห้องพลังจิต นั่นท่านรู้หมดเลยครับ ผมยอมลงให้เลย จิตท่าน..ละเอียดกว่าผมเยอะ ทุกคำโพสต์ของท่านไม่มีช่องว่างที่ผมไม่เข้าใจ หรือลังเลเลย ท่านเป็นนักปฏิบัติจริงๆ..เหตุและผลครบถ้วน
  ไม่ทราบท่านหายไปไหน..มอดพลังจิต..เขาคงคิดว่าท่านอยู่นานไม่ได้เงินบริจาคกระมังคิดแค่แง่เดียวเท่านั้น ท่านคือแม่เหล็กนักปฏิบัติที่ดึงดูดคนอื่นมาเล่นเลยนะนั่น ..พลังจิตคิดสั้นจริงๆ..หากมาห้องนี้ผมก็อนุโมทนาด้วย

อิอิ เหล่าฮูก็รู้สึกดีกะท่านขันธ์น่ะ
แต่ก็แค่รู้สึกดี
เค้าไม่ค่อยจะยอมเสวนากะเหล่าฮู มะรู้ทำไม

อาจครั้งนึง เคยพูกทำนองสนับสนุนการดูจิต(ไอ้โมด)
ตอนนั้นไม่รู้ว่าไอ้โมดจะหลงตัวเองขนาดเน๊
ท่านขันธ์สงวนท่าที ตามอ่านเฉยๆและแย๊บแบบสงวนท่าทีไม่แสดงตนเป็นปฎิปักษ์
รักษามารยาทดีมาก เหล่าฮุชื่นชมน่ะ
(อาไข่น้อยสหายน้อยของเหล่าฮูอีเชื่อไอ้โมดแบบสุดขั้ว(มะรู้หายไปไหน)
2หน่อนี่ เค้าตอแยกันแบบสนุกมั่กๆ เหล่าฮุดูเค้าแขวะกัน ตล๊ก-ตลก)

หง่า ท่านขันธ์เป็นคนแรกๆเท่าที่เห็น เล่นงานไอ้เวรคำ
ดูมัน ดูมัน!



ฮี่ๆๆๆๆๆๆ
เรื่องเน๊ เหล่าฮูขออนุโมทนา สาธุกะท่านเกิดฯ ด้วยฟามจินใจ
เพราะท่านเกิดฯ ก็เป็นผู้ที่ออกแรง ปกป้องศาสนาชั้นแนวหน้า
อุเบกขาแบบลงมือ(เหมือนเฮียซาโต้)
ไม่พูดตัดบท ตัวใครตัวมัน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
วันเน๊ มันเริ่มแสดงผลแล้วล่ะ เหอๆๆๆๆๆ

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #70 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2012, 11:17:11 pm »


หง่า ท่านขันธ์เป็นคนแรกๆเท่าที่เห็น เล่นงานไอ้เวรคำ
ดูมัน ดูมัน!



ฮี่ๆๆๆๆๆๆ
เรื่องเน๊ เหล่าฮูขออนุโมทนา สาธุกะท่านเกิดฯ ด้วยฟามจินใจ
เพราะท่านเกิดฯ ก็เป็นผู้ที่ออกแรง ปกป้องศาสนาชั้นแนวหน้า
อุเบกขาแบบลงมือ(เหมือนเฮียซาโต้)
ไม่พูดตัดบท ตัวใครตัวมัน ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
วันเน๊ มันเริ่มแสดงผลแล้วล่ะ เหอๆๆๆๆๆ


 ;D ;D

เห็นภาพนี้แล้ว...อยากถามเหล่าฮูสักกะหน่อยว่า...คิดอย่างไร?

อิอิ...

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #71 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2012, 11:21:13 pm »
ขอถามเรื่องพระเณรคำ สักนิดนะ ผมบอกตามตรงผมไม่ลงใจมานานแระ เคยไปฟังเทศน์หนนึงวนแต่ผิวๆไม่เข้าเรื่องจิตตภาวนาซักกะที แถมข้ามไปข้ามมากล่าวแต่ผลของพระอริยะ ฟังแล้วไม่ถึงใจเลยเดินออก ออกมาหน้า
งานเจอเต็มๆ โต๊ะทำบุญบูชาเทวดาปกปักษ์พระแก้วมรกต ตามมาด้วยราหูหรืออะไรซักอย่างนี่แหละจำไม่ได้แล้วก็.ชูชก.  เท่านั้นแหละเดินออกอย่างสบายใจ.

ไปเจอ ชาติหน้าไม่ขอมาเกิดเล่ม3 มั้งชื่อประมาณนี้แหละ ในร้านหนังสือ จัดฉากใส่ชุดพระธุดงค์ที่มุ่งมั่นบริขารไหม่แว๊บ คล้ายๆปกโปสเตอร์หนังอะไรซักอย่าง. ถามคนทำหนังสือในใจนะ ไม่เคยเห็นครูบาอาจารย์ที่ท่านลุยวิเวกจนแทบตายที่ไหนมาจัดท่าถ่ายรูปยังงี้เลย  อยากรู้จริงๆว่าคนเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์เพราะอะไรน้อ

เห็นขอถาม....

แต่หาคำถามไม่เจอ....ใช่ตรงนี้รึเปล่า?

อยากรู้จริงๆว่าคนเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์เพราะอะไรน้อ

อิอิ..

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #72 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2012, 11:28:25 pm »
ในพลังจิต....ก็เคยปราม ๆ ท่านขันธ์...อยู่เหมือนกัน...แต่ไม่ค่อยฟัง...เอาแต่ใช้ความคิด

อิอิ....

นี้ถ้ากระผม...ไม่มีครูบาอาจารย์...บอก..นะ

ผมก็คง...พลาด...เหมือน ๆ ท่านขันธ์..หรือ...พวกเรา ๆ ในที่นี้แหละ..เพราะดูแล้ว..นิสัยมันคล้าย ๆ กัน

เอิ๊ก...เอิ๊ก... :D :D

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #73 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2012, 11:52:31 pm »
ขอถามเรื่องพระเณรคำ สักนิดนะ ผมบอกตามตรงผมไม่ลงใจมานานแระ เคยไปฟังเทศน์หนนึงวนแต่ผิวๆไม่เข้าเรื่องจิตตภาวนาซักกะที แถมข้ามไปข้ามมากล่าวแต่ผลของพระอริยะ ฟังแล้วไม่ถึงใจเลยเดินออก


การฟังธรรม...จนเข้าใจธรรม..นี้นะ...ขาดสมาธิไม่ได้เลย

จำนิวรธรรมเครื่องกางกั้นสมาธิธรรม..5..ได้มั้ย...1 ในนั้น..คือ...ความฟุ่งซ่านรำคาญใจ...

จำสังโยชน์กิเลสร้อยรัด 10 ...ได้มั้ย..1  ในนั้น...คือ..วิจิกิจฉา...ความลังเลสงสัย...

จำ..ปฏิจจสมุปบาท...ในขั้น..อุปาทานเป็นปัจจัย....ภพจึงมี...ได้มั้ย

คุณมีความไม่ลงใจ..เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว...ใจคุณได้เข้าไปล่องลอยในภพแห่งวิจิกิจฉา..เสียแล้ว...ในนั้นมีแต่ความรำคาญใจวิ่งวุ่นในใจคุณ...ใจคุณจึงไม่นิ่ง..ไม่ดิ่ง...ไม่มีสมาธิเลย...แล้วจะเอาอะไรไปเข้าใจธรรม...เอาความคิดหรอ?....ถึงจะเอาความคิด...ก็ต้องคิดในสมาธิ...ผมเชื่อว่า...ต่อให้อ่านพระไตรปิฏก...คำต่อคำ...คุณก็ฟังไม่เข้าใจ...อิอิ

หากไม่ลงใจแต่แรกแล้ว...และไม่สามารถทำใจเข้ากลางได้...ไม่ว่าใครจะเทศน์....ก็อย่าไปฟังเลย...น่าจะดีกว่า..อิอิ

ความเป็นภพที่ไม่เป็นคุณต่อการปฏิบัติธรรม...มันน่ากลัวมาก...ติดเป็นตังเมข้ามภพข้ามชาติที่เดียวเชียวแหละ...ดูอย่างท่านเทวทัต..พื้นฐานเดิมท่านเป็นคนดีนะ...แต่พอเจอพระพุทธเจ้าทีไร...ไม่ว่าชาติไหน...ภพเก่า ๆ ...มันก็ผุดขึ้นมาทุกที...อิอิ...


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 04, 2012, 12:07:59 am โดย กบนอกกะลา »

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #74 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 12:49:34 am »
จำเรื่องที่...พระโมคัลลานะ...ปฏิบัติธรรมที่เอาแต่โงกง่วง..ได้มั้ย?

ทำไมพระพุทธเจ้าถึงเสด็จมา...แล้วสอน 10 วิธีการเอาชนะความง่วงแก่โมคัลลานะ..ละ?...ทำไมไม่ให้ท่านใช้การพิจารณาธรรมะไปเลย?...

ไม่ใช่เพราะ...ติดแหง่ะในชั้นนิวรธรรม....เข้าไม่ถึงชั้นสมาธิ...หรอกรึ?

เกิดเป็นคนช่างยากแท้

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1636
  • ได้รับการอนุโมทนา 14
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #75 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 05:47:19 am »
จำเรื่องที่...พระโมคัลลานะ...ปฏิบัติธรรมที่เอาแต่โงกง่วง..ได้มั้ย?

ทำไมพระพุทธเจ้าถึงเสด็จมา...แล้วสอน 10 วิธีการเอาชนะความง่วงแก่โมคัลลานะ..ละ?...ทำไมไม่ให้ท่านใช้การพิจารณาธรรมะไปเลย?...

ไม่ใช่เพราะ...ติดแหง่ะในชั้นนิวรธรรม....เข้าไม่ถึงชั้นสมาธิ...หรอกรึ?
ท่านกบนอกกะลา..สาธุ ท่านมีเหตุผลแต่ผมยังสงสัย การติดนิวรณ์ธรรม.. ไม่ดีหรอกรึครับ..การที่จิตดิ่งในอารมณ์ ธรรมก่อนจึงจะเกิดสมาธิไม่ใช่รึครับ  สงสัยไม่โต้แย้งครับ อิ(นิวรณ์ธรรม คืออารมณ์ธรรม ที่ท่านกบกล่าวมาใช่รึไม่ครับ หากไม่ใช่ขออภัยครับ)

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #76 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 09:09:12 am »
นิวรณ์ 5...มันเป็นกิเลสอย่างหยาบ....ในขณะที่จะทำสมาธิ...เราต้องเอาชนะและผ่านมันไปสถานเดียวครับ...ไม่งั้นเข้าสมาธิไม่ได้...อิอิ


 
อ้างถึง
  นิวรณ์ 5
อกุศลธรรมที่คอยทำลายล้างความดี ก็มีนิวรณ์ 5 คือ

1.กามฉันทะ ความพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส อันเป็นวิสัยของกามารมณ์
2.ปฏิฆะ ความพยาบาท ความผูกโกรธ จองล้างจองผลาญ
3.ถีนมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอน ในขณะเจริญสมณธรรม
4.อุทธัจจกุกกุจจะ ความคิดฟุ้งซ่าน และความรำคาญหงุดหงิด
5.วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยในผลของการปฏิบัติ ไม่แน่ใจว่าจะมีผลจริงตามที่คิดไว้หรือไม่เพียงใด

yanophaso

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #77 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 09:48:55 am »
ขอถามเรื่องพระเณรคำ สักนิดนะ ผมบอกตามตรงผมไม่ลงใจมานานแระ เคยไปฟังเทศน์หนนึงวนแต่ผิวๆไม่เข้าเรื่องจิตตภาวนาซักกะที แถมข้ามไปข้ามมากล่าวแต่ผลของพระอริยะ ฟังแล้วไม่ถึงใจเลยเดินออก


การฟังธรรม...จนเข้าใจธรรม..นี้นะ...ขาดสมาธิไม่ได้เลย

จำนิวรธรรมเครื่องกางกั้นสมาธิธรรม..5..ได้มั้ย...1 ในนั้น..คือ...ความฟุ่งซ่านรำคาญใจ...

จำสังโยชน์กิเลสร้อยรัด 10 ...ได้มั้ย..1  ในนั้น...คือ..วิจิกิจฉา...ความลังเลสงสัย...

จำ..ปฏิจจสมุปบาท...ในขั้น..อุปาทานเป็นปัจจัย....ภพจึงมี...ได้มั้ย

คุณมีความไม่ลงใจ..เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว...ใจคุณได้เข้าไปล่องลอยในภพแห่งวิจิกิจฉา..เสียแล้ว...ในนั้นมีแต่ความรำคาญใจวิ่งวุ่นในใจคุณ...ใจคุณจึงไม่นิ่ง..ไม่ดิ่ง...ไม่มีสมาธิเลย...แล้วจะเอาอะไรไปเข้าใจธรรม...เอาความคิดหรอ?....ถึงจะเอาความคิด...ก็ต้องคิดในสมาธิ...ผมเชื่อว่า...ต่อให้อ่านพระไตรปิฏก...คำต่อคำ...คุณก็ฟังไม่เข้าใจ...อิอิ

หากไม่ลงใจแต่แรกแล้ว...และไม่สามารถทำใจเข้ากลางได้...ไม่ว่าใครจะเทศน์....ก็อย่าไปฟังเลย...น่าจะดีกว่า..อิอิ

ความเป็นภพที่ไม่เป็นคุณต่อการปฏิบัติธรรม...มันน่ากลัวมาก...ติดเป็นตังเมข้ามภพข้ามชาติที่เดียวเชียวแหละ...ดูอย่างท่านเทวทัต..พื้นฐานเดิมท่านเป็นคนดีนะ...แต่พอเจอพระพุทธเจ้าทีไร...ไม่ว่าชาติไหน...ภพเก่า ๆ ...มันก็ผุดขึ้นมาทุกที...อิอิ...

ถ้าบอกว่าขณะฟังธรรมมีนิวรณ์ธรรม ลังเลสงสัยอยู่ผมก็ไม่เถียงอ่ะ แต่อยากให้ท่านกบลองยกกัณฑ์เด็ดๆของท่านมาให้อ่านซักกัณฑ์ดิ๊  ผมฟังครูบาอาจารย์ที่ท่านผ่านจนถึงที่สุดทุกองค์โดยมากท่านก็สอนตั้งแต่เบื้องต้น ทานศีล จนภาวนาไปเป็นลำดับกัณฑ์ไหนคนฟังเด็ดหน่อยก็ถึงที่สุดแบบเต็มๆถึงอกถึงใจ.

ของพระเณรคำเห็นมีแต่เป็น ประโยคธรรมสั้นๆในเวป ถ้ากัณฑ์ยาวฟังแล้ววนไปวนมา ผมเองก็อยากลองอ่านของท่านที่ว่าสอนถูกสอนตรงซักกัณฑ์เหอะ

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #78 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 11:14:05 am »
เพื่ออะไร?... อิอิ...

เคยดู...ดร. วรภัทร์  ภู้เจริญ...มั้ยครับ

หากเราจะคิด....เราเอาอะไรมาคิด....คิดอะไรได้นอกจากที่เราจำ....ได้มั้ย?
..อิอิ..

แต่...ในสมาธิ...มันต่างกัน

สังเกตุว่า....ครูบาอาจารย์ทุกท่าน...เน้นที่สติ....สติต่อเนื่องได้มันเป็นสมาธิ...ในสมาธิหากกำลังฟังธรรมอยู่...จะเกิดแรากฏการณ์....ธรรมนอก..ธรรมใน..อิอิ

สิ่งที่ได้ยิน...เป็นธรรมนอก
ความรู้ความเห็น...เป็นธรรมใน...ที่เป็นอิสระจากความคิดความจำ...

ด้วยเหตุนี้....ผมถึงว่า...เพื่ออะไร.....จะฟังกัณต์เจ๋ง ๆ  แล้วจะได้อะไร...อิอิ

นอกจาก....คิด..คิด...คิด.....
คิดจากอะไร.....จากความจำ
จำจากอะไร....จากทึ้งหมดที่เคยเจอมา

mes

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1150
  • ได้รับการอนุโมทนา 6
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #79 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 11:34:49 am »
เพื่ออะไร?... อิอิ...

เคยดู...ดร. วรภัทร์  ภู้เจริญ...มั้ยครับ

หากเราจะคิด....เราเอาอะไรมาคิด....คิดอะไรได้นอกจากที่เราจำ....ได้มั้ย?
..อิอิ..

แต่...ในสมาธิ...มันต่างกัน

สังเกตุว่า....ครูบาอาจารย์ทุกท่าน...เน้นที่สติ....สติต่อเนื่องได้มันเป็นสมาธิ...ในสมาธิหากกำลังฟังธรรมอยู่...จะเกิดแรากฏการณ์....ธรรมนอก..ธรรมใน..อิอิ

สิ่งที่ได้ยิน...เป็นธรรมนอก
ความรู้ความเห็น...เป็นธรรมใน...ที่เป็นอิสระจากความคิดความจำ...

ด้วยเหตุนี้....ผมถึงว่า...เพื่ออะไร.....จะฟังกัณต์เจ๋ง ๆ  แล้วจะได้อะไร...อิอิ

นอกจาก....คิด..คิด...คิด.....
คิดจากอะไร.....จากความจำ
จำจากอะไร....จากทึ้งหมดที่เคยเจอมา


เรามักจะเอาความจำเหมาว่าเป็นปัญญา

แต่แท้จริงปัญญาไม่ใช่ความจำครับ



กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #80 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 11:43:11 am »
ครับผม.... :D :D

yanophaso

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #81 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 03:00:25 pm »
เพื่ออะไร?... อิอิ...

เคยดู...ดร. วรภัทร์  ภู้เจริญ...มั้ยครับ

หากเราจะคิด....เราเอาอะไรมาคิด....คิดอะไรได้นอกจากที่เราจำ....ได้มั้ย?
..อิอิ..

แต่...ในสมาธิ...มันต่างกัน

สังเกตุว่า....ครูบาอาจารย์ทุกท่าน...เน้นที่สติ....สติต่อเนื่องได้มันเป็นสมาธิ...ในสมาธิหากกำลังฟังธรรมอยู่...จะเกิดแรากฏการณ์....ธรรมนอก..ธรรมใน..อิอิ

สิ่งที่ได้ยิน...เป็นธรรมนอก
ความรู้ความเห็น...เป็นธรรมใน...ที่เป็นอิสระจากความคิดความจำ...

ด้วยเหตุนี้....ผมถึงว่า...เพื่ออะไร.....จะฟังกัณต์เจ๋ง ๆ  แล้วจะได้อะไร...อิอิ

นอกจาก....คิด..คิด...คิด.....
คิดจากอะไร.....จากความจำ
จำจากอะไร....จากทึ้งหมดที่เคยเจอมา

อ้าวตกลงจะมาสอนธรรมมะกันซะแล้ว ที่ให้ท่านกบยกตัวอย่างกัณฑ์เทศน์พระเณรคำที่ว่าสอนถูกสอนตรงมาซักกัณฑ์เนี่ย ก็เพราะยังไม่ลงใจ

ที่ไม่ลงใจเนี่ยก็ตามหลักกาลามสูตรนะ อยู่ดีๆพระออกหนังสือไม่มาเกิดมาตาย ออกตัวเป็นพระอรหันต์เนี่ยจะให้เชื่อเลยรึฟระ  งั้นทีหลังใครมาโปรโมตเป็นพระอรหันต์เนี่ยให้ลงใจกันหมดรึไง.  ก็บอกเหตุผลว่าไม่ลงใจไปฟังพระองค์นี้เทศน์รอบนึง บอกตรงๆ ไม่มีอธิบายเลยว่าสังโยชน์ตัวไหนหลุดยังไง ทีละขั้นละตอน มีแต่กล่าวผล ว่าง ปล่อยวาง ไม่ยึดโน่นไม่ยึดนี่

เคยฟังหลวงตามหาบัว หลวงพ่อสงบ หลวงปู่หล้า หลวงปู่เทศน์ ฯลฯท่านเทศน์มีหลักให้จับหมดแหละว่าท่านผ่านมายังไงแม้ลีลาสำนวนท่านไม่เหมือนกันแต่มีจุดเหมือนกันแทบทุกองค์

คนถ้าเคยไปอุดรก็ต้องบอกทางไปได้ดี๊ ไม่ใช่เอาคำขวัญเมืองอุดรมาพูดแล้วบอกเคยไปอุดรทั้งที่ไปจริงๆรึเปล่่าไม่รู้

ผมไม่ได้มาค้านที่พฤติกรรมแต่ผมพูดถึงธรรมที่สอน ถ้าบอกเป็นอรหันต์อย่าปรามาสๆ แต่สอนผิดๆ ไม่สอนมรรคาให้ผู้คน ประโยชน์เบื้องต้นและสำคัญที่สุดในศาสนา แล้วมาเรี่ยไรอย่างนี้ พระพุทธองค์สรรเสริญหรือ??

เรื่องสุดท้ายที่ท่านกบว่าฟังกัณฑ์เทศน์เจ๋งๆไปเพื่ออะไร นอกจากคิดๆ อะไรนั่นน่ะ ถามหน่อย ภาวนามยปัญญาไม่ได้มาจากสุตตมยปัญญา และ จินตามยปัญญาเหรอ สาวกภูมินะไม่ใช่พุทธภูมิที่ตรัสรู้ได้เอง ไอ้ที่ท่านพล่ามๆมาน่ะได้มาจากการฟังก่อนหรือเปล่าหรือเกิดมาแล้วรู้เองเลย

ถ้าหามาไม่ได้ก็ไม่ต้องมาแถไปมั่วๆ.

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #82 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2012, 07:53:44 pm »
อิอิ....

เดียวมา...ไปดูบอลก่อน... :D :D

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #83 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 02:06:26 am »
อ้าวตกลงจะมาสอนธรรมมะกันซะแล้ว ที่ให้ท่านกบยกตัวอย่างกัณฑ์เทศน์พระเณรคำที่ว่าสอนถูกสอนตรงมาซักกัณฑ์เนี่ย ก็เพราะยังไม่ลงใจ
อิอิ...ธรรมะไม่เอาหรอ...อิอิ

ความเห็นผมนะ..ซึ่งก็บอกแต่แรกแล้วว่า...ยังไม่ลงใจ..ก็อย่าไปฟัง...ไม่ลงใจคือคุณทำใจเข้ากลางไม่ได้...ฟังอะไรมันก็ไม่ได้เรื่องหรอก

แต่...คุณกลับเห็นว่า...ฟังเพื่อให้ลงใจ...จะเอาที่สอนตรง..สอนถูก...ฟังแล้วจะได้ลงใจ..ว่างั้นเถอะ

ถามหน่อย...สอนตรง...ตรงกับอะไร?....สอนถูก....ถูกกับอะไร?....

ถ้าให้พระปราโมทย์...เทศน์ตามพระไตรปิฏกเลยเอ้า...คุณฟังได้รึป้าว?...ผมคนหนึ่งละ..ฟังไม่ได้...เพราะแค่เห็นหน้า..ใจมันก็เข้ากลางไม่ได้แล้ว...อิอิ...ภพเก่ามันผุด...ต่อให้เทศน์คำพระพุทธเจ้าคำต่อคำเลย...มันก็ไม่ลง..555...เมื่อรู้แต่แรกแล้ว...ผมเลยไม่ฟังให้เสียเวลา..อิอิ

แต่ที่ผมฟังหลวงปู่เณรคำได้นี้....ไม่ใช่ลงใจเพราะคำเทศน์คำสอนนะ...แรกที่ลงใจได้เพราะครูบาอาจารย์ของผม...เวลาฟังทำให้ใจเข้ากลางได้แม้ไม่กลางป๊ะ...แต่ไม่ลบจนเกินไป...ใจว่าง...ฟังแล้วเป็นสมาธิ....ทีนี้พอธรรมนอกกระทบหู...ธรรมในมันก็เกิด....จุดมันอยู่ตรงนี้

ผมโชคดีที่อยู่ใกล้ครูอาจารย์ที่ถึงใจ..คอยแตะเบรก....ไม่งั้น..ผมก็เหมือนคุณนี้แหละ..อิอิ

ที่ไม่ลงใจเนี่ยก็ตามหลักกาลามสูตรนะ อยู่ดีๆพระออกหนังสือไม่มาเกิดมาตาย ออกตัวเป็นพระอรหันต์เนี่ยจะให้เชื่อเลยรึฟระ  งั้นทีหลังใครมาโปรโมตเป็นพระอรหันต์เนี่ยให้ลงใจกันหมดรึไง.  ก็บอกเหตุผลว่าไม่ลงใจไปฟังพระองค์นี้เทศน์รอบนึง บอกตรงๆ ไม่มีอธิบายเลยว่าสังโยชน์ตัวไหนหลุดยังไง ทีละขั้นละตอน มีแต่กล่าวผล ว่าง ปล่อยวาง ไม่ยึดโน่นไม่ยึดนี่

ถ้ามีคนมาเขียนหนังสือลักษณะอย่างนี้...สัก..100 คน....คุณจะต้องไปพิสูนจ์คนเขียนทั้ง 100 คนเลยมั้ย?..อิอิ
ทำไมจะต้องไปเชื่อ...หรือจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันจริงหรือไม่จริงด้วย...เห็นแล้ว..เป็นกลาง ๆ ไม่ได้รึ?...ทำไม

และ...ถ้าใครมาเขียนว่า...สังโยชน์ตัวนี้เขาหลุดยังงัย...สังโยชน์ตัวนั้นเขาหลุดยังงัย...บอกทีละขั้นละตอน..นะ...ผมคนหนึ่งละ...ที่จะไม่เชื่อว่าเขาเป็นอรหันต์..อิอิ...ธรรมะก๊อปปี๊นะ


กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #84 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 02:38:52 am »

ผมไม่ได้มาค้านที่พฤติกรรมแต่ผมพูดถึงธรรมที่สอน ถ้าบอกเป็นอรหันต์อย่าปรามาสๆ แต่สอนผิดๆ ไม่สอนมรรคาให้ผู้คน ประโยชน์เบื้องต้นและสำคัญที่สุดในศาสนา แล้วมาเรี่ยไรอย่างนี้ พระพุทธองค์สรรเสริญหรือ??
คุณเห็นว่า...นี้คือมาเรี่ยไร....แต่หากบางคนเห็นว่า...นี้ชั่งเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ทำบุญ

2 คนนี้..ใครถูก..ใครผิด...อิอิ

มีเรื่องจะเล่า...ช่วงมาฆบูชาเดอะมอลล์เขาจะจัดให้มีพระมาเทศน์..เป็นรายอาทิตย์ไป..อันนี้มีกัลยาณมิตรมาเล่าให้ฟัง

พระองค์หนึ่ง...ก่อนเทศน์....ท่านก็กล่าวว่า...ในห้องประชุมนี้มีทั้งคนอยากไปนิพพานในชาตินี้...คนอยากไปสวรรค์...และ...คนอยากรวย..ก็จะแบ่งการเทศน์ออกเป็น 3 ช่วง..ช่วงแรกจะเทศน์ให้คนที่อยากไปนิพพานในชาตินี้..ให้ได้ฟังก่อน...คนที่อยากไปสวรรค์กับคนที่อยากรวยก็ฟัง ๆ ไปก่อน...ฟังไม่เข้าใจก็ฟังๆไปก่อน...แต่คนที่เขาอยากไปนิพพานในชาตินี้เขาจะเข้าใจ

ข่วงที่ 2 จะเทศน์ให้คนที่อยากไปสวรรค์ฟัง....คนอยากรวยก็ฟัง ๆ รอไปนะ...ท้ายสุดจะเทศน์ให้กับคนที่อยากรวย..นะ


ผมฟังที่เขามาเล่าให้ฟังแล้วนะ....นึกคิกคิกในใจ....ท่านเข้าใจเทศน์ดีเน๊าะ....

คนมันมีหลายประเภทนะ....ไม่ใช่มีประเภทเดียว...และถ้าคิดว่า...หากไม่ใช่ประเภทเดียวกับเราแล้ว...คุณผิด...คนคิดนั้นแหละผิด..เอิ๊ก...เอิ๊ก...

พระองค์นี้...ฉลาดหลักแหลมจริง ๆ ....ว่ามั้ย..อิอิ

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #85 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 03:07:38 am »

เรื่องสุดท้ายที่ท่านกบว่าฟังกัณฑ์เทศน์เจ๋งๆไปเพื่ออะไร นอกจากคิดๆ อะไรนั่นน่ะ ถามหน่อย ภาวนามยปัญญาไม่ได้มาจากสุตตมยปัญญา และ จินตามยปัญญาเหรอ สาวกภูมินะไม่ใช่พุทธภูมิที่ตรัสรู้ได้เอง ไอ้ที่ท่านพล่ามๆมาน่ะได้มาจากการฟังก่อนหรือเปล่าหรือเกิดมาแล้วรู้เองเลย

ถ้าหามาไม่ได้ก็ไม่ต้องมาแถไปมั่วๆ.

ถามหน่อย ภาวนามยปัญญาไม่ได้มาจากสุตตมยปัญญา และ จินตามยปัญญาเหรอ ?

ภาวนามยปัญญา...คือ...ภาวนามยปัญญา..เพียว ๆ ครับ...เป็นอิสระ...ไม่ได้เกิดจาก...สุตตะ..และ..จินตะ....ใกล้กันที่สุดแค่ตรงธรรมนอก..ธรรมใน...เท่านั้น...อิอิ

ตรงนี้อาจจะเข้าใจยากนิด....เพราะแต่แรกผมก็เข้าใจว่า...ภาวนามยปัญญา...เกิดหลังจาก..สุตตะ...กับ..จินตมยปัญญาเกิดแล้ว...ความเข้าใจแรกนั้นมันเป็นความเข้าใจแบบนึก ๆ เอานะ...

และที่กระผมผล่ามให้ท่านฟังอยู่นี้....เป็นความรู้สึกจากประสบการณ์ที่มีอยู่น้อยนิด...นะครับ....รึท่านเคยเห็นใครพูดแบบนี้เป๊ะ...มาก่อน?...อิอิ

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #86 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 03:26:30 am »

ถ้าหามาไม่ได้ก็ไม่ต้องมาแถไปมั่วๆ.

อิอิ....มันไม่ใช่กงการณ์อะไรของผม...ที่ผมจะต้องพยายามให้คุณเชื่อพระองค์นั้นองค์นี้...ให้ได้...เพราะท่านดีอย่างนั้นอย่างนี้..เพราะท่านเป็นอย่างนั้นอย่างนี้....ไม่ใช่เลย...ไม่ใข่หน้าที่...555

แต่หน้าที่กัลยาณมิตรที่ควรทำคือ...อะไรเป็นธรรม...อะไรไม่เป็นธรรม...ก็ควรบอกกันด้วยความปราถณาดี

ธรรมะมันก็อยู่ที่กายใจเรานี้....ใครเป็นอรหันต์หรือไม่เป็นอรหันต์มันมาเกี่ยวกับธรรมะในกายใจเราตรงไหน...มิทราบ...

ก็แค่สนองกิเลสของตัวไป..ก็เท่านั้น
 :D :D :D

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #87 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 03:38:34 am »
นอนดีกว่า...อิอิ

yanophaso

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #88 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 11:12:05 am »
อ้างถึง
ถามหน่อย...สอนตรง...ตรงกับอะไร?....สอนถูก....ถูกกับอะไร?....

ตรงทางถูกทางตามที่พระพุทธองค์สอนไว้ทำไมต้องถามเรื่องง่ายๆ

อ้างถึง
แต่ที่ผมฟังหลวงปู่เณรคำได้นี้....ไม่ใช่ลงใจเพราะคำเทศน์คำสอนนะ...แรกที่ลงใจได้เพราะครูบาอาจารย์ของผม...เวลาฟังทำให้ใจเข้ากลางได้แม้ไม่กลางป๊ะ...แต่ไม่ลบจนเกินไป...ใจว่าง...ฟังแล้วเป็นสมาธิ....ทีนี้พอธรรมนอกกระทบหู...ธรรมในมันก็เกิด....จุดมันอยู่ตรงนี้

เชื่อโดยที่คนอื่นบอกเนี่ยยิ่งแล้วใหญ่

อ้างถึง
และ...ถ้าใครมาเขียนว่า...สังโยชน์ตัวนี้เขาหลุดยังงัย...สังโยชน์ตัวนั้นเขาหลุดยังงัย...บอกทีละขั้นละตอน..นะ...ผมคนหนึ่งละ...ที่จะไม่เชื่อว่าเขาเป็นอรหันต์..อิอิ...ธรรมะก๊อปปี๊นะ

หลวงตาท่านก็ไม่เคยเทศน์ว่าสังโยชน์ตัวไหนของท่านหลุดเป็นขั้นๆตอนไหนที่บอกไปน่ะเปรียบเทียบให้ฟัง แต่ท่านบอกตลอดสายแห่งการปฏิบัติ ลองไปฟังเองเหอะ  พระอรหันต์ท่านจะสอนเหมือนกันหมดแหละต้องมีแง่มีปมให้จับให้รู้ว่าท่านผ่านมายังไงไม่ใช่ปล่อยวางๆๆ

อ้างถึง
ภาวนามยปัญญา...คือ...ภาวนามยปัญญา..เพียว ๆ ครับ...เป็นอิสระ...ไม่ได้เกิดจาก...สุตตะ..และ..จินตะ....ใกล้กันที่สุดแค่ตรงธรรมนอก..ธรรมใน...เท่านั้น...อิอิ

จะบ้าเหรอแล้วพระพุทธกิจของพระพุทธองค์ที่ท่านสอนคน สอนเทวดา เป็นสิบๆปี เนี่ยท่านสอนทำไม อย่างมาอ้างแต่ธรรมนอกธรรมในธรรมขั้นสูง ก่อนที่ท่านกบ โอ๊บๆ จะมากล่าวธรรมมะอะไรเหล่านี้ได้มาจากการได้ยินได้ฟังมาก่อนหรือเปล่า เรื่องแค่นี้ยังไม่ละเอียดพอแล้วจะมาธรรมนอกธรรมในอะไรให้ดูสูงส่งกันห๊า

เรื่องมาสอนธรรมกันในนี้น่ะนะจะมาปล่อยไก่เปล่าๆน่าในนี้คนเขามีภูมิความรู้กันทั้งนั้นแหละ เอาเรื่องพระเณรคำสอนเนี่ยเป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ได้จริงอย่างพระพุทธองค์กับพระอรหันต์สาวกท่านสอนกันหรือเปล่า  ให้ยกตัวอย่างมาก็ไม่มีแล้วมาแถมั่วๆ แถมเชื่อตามคนอื่นบอกก็หาว่าพิจารณาตามหลักกาลามสูตรไม่เป็น

อ้างถึง
อิอิ....มันไม่ใช่กงการณ์อะไรของผม...ที่ผมจะต้องพยายามให้คุณเชื่อพระองค์นั้นองค์นี้...ให้ได้...เพราะท่านดีอย่างนั้นอย่างนี้..เพราะท่านเป็นอย่างนั้นอย่างนี้....ไม่ใช่เลย...ไม่ใข่หน้าที่...555

แต่หน้าที่กัลยาณมิตรที่ควรทำคือ...อะไรเป็นธรรม...อะไรไม่เป็นธรรม...ก็ควรบอกกันด้วยความปราถณาดี

ธรรมะมันก็อยู่ที่กายใจเรานี้....ใครเป็นอรหันต์หรือไม่เป็นอรหันต์มันมาเกี่ยวกับธรรมะในกายใจเราตรงไหน...มิทราบ...

ก็แค่สนองกิเลสของตัวไป..ก็เท่านั้น

อย่างนี้เขาเรียกว่าแถไหม ถ้าไม่เกี่ยวแล้วมาออกตัวอะไร

รู้ไหมพระเณรคำบอกว่าการมี โรส์รอยคันละ สี่ห้าสิบล้าน 3-4คัน มีเครื่องเจตส่วนตัวอีกสองลำน่ะเป็นการประกาศศาสนาให้เทียบเท่าศาสนาอื่น พระสันตปาปายังมีเครื่องบินส่วนตัว 
ไอ้ที่กล่าวมาอย่างนี้น่ะมันข้ามหัวสมเด็จพระสังฆราชไปไหม สมเด็จพระสังฆราชท่านยังไม่เคยปรารภนามีสิ่งเหล่านี้นี่อาไรวิถีพระอรหันต์เหรอ อิอิ

Tawee gibb

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 582
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #89 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 02:45:09 pm »







เห็นภาพนี้แล้ว...อยากถามเหล่าฮูสักกะหน่อยว่า...คิดอย่างไร?

อิอิ...


ถามเราเหรอ ท่านกั๊ปป๊อ เอ๊ย ท่านกบ~!

เหล่าฮูไม่มีฟามรู้ทางศิลปะ เลยไม่ค่อยกล้าออกฟามเห็นน่ะ

แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เห็นว่าท่านกบได้มีฉันทะ ติดตามอ่านและแนะนำเหล่าฮุในกระทู้ก่อนหน้านั้น ทั้งที่ไม่ทันได้ตอบด้วยซ้ำ ยังอุตส่าห์ย้อนกลับมาที่นี่ใหม่

ฟามวัวยังไม่หาย ฟามฟายก็เข้ามาแทรก!
(เอ ! ตรงเป่าหว่า )
เอางี้แล้วกันนะ
ถือว่าส่วนตั๊วส่วนตัวนะ อย่าเอาไปอ้างอิงล่ะ
ไม่อยากให้ฟังดูเป็นวิชาการมากไป เดี๋ยวคนจะเบื่อเอาน่ะ


เห็นภาพนี้แล้วคิยังงาย!


เค้าอาจเอาไปทำเป็นpotrait ก็ได้มัง

โพสต์ท่าพอใช้ล่าย
แต่กลิ่นต้องปรับปรุงน่ะ!
(มะรู้นะ เห็นไอ้คิ้วที่ขมวดๆอยู่ข้างๆ และสายตาที่มองไปขนหรอมแหรมอย่างท้อแท้สิ้นหวัง คงให้อารมณ์ได้ประมาณเน๊มัง!)

Tawee gibb

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 582
  • ได้รับการอนุโมทนา 5
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #90 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 02:57:13 pm »
อ้างถึง
รู้ไหมพระเณรคำบอกว่าการมี โรส์รอยคันละ สี่ห้าสิบล้าน 3-4คัน มีเครื่องเจตส่วนตัวอีกสองลำน่ะเป็นการประกาศศาสนาให้เทียบเท่าศาสนาอื่น พระสันตปาปายังมีเครื่องบินส่วนตัว
ไอ้ที่กล่าวมาอย่างนี้น่ะมันข้ามหัวสมเด็จพระสังฆราชไปไหม สมเด็จพระสังฆราชท่านยังไม่เคยปรารภนามีสิ่งเหล่านี้นี่อาไรวิถีพระอรหันต์เหรอ อิอิ


5! ไอ้เนี่ยนะ มีรถโรลซลอยด์3-4คันเลยเร๊อะ



ของตรูแทบจะไม่มีตังค์ค่ารถเมลล์ แต่อีมีรถแยะขนาดนั้น
แล้วจะเอาตรูดที่ไหนไปนั่งได้ครบล่ะ อิจฉาวุ๊ย!

แต่ท่านyanophasoรอบรู้จินๆเน่อ เหล่าฮูไม่รู้เรื่องแบบนี้น่ะ
แต่ฟังอีโม้ว่า อีเดินบนน้ำได้ล่ะ



ฮี่ๆๆๆๆๆๆ เหลี่ยมจัดจินๆ
มะรู้ปีที่แล้วมันอยู่ไหน
จะให้มันช่วยไอ้นี่หน่อยน่ะ มันมีคนจะจมน้ำอยู่แว๊ว





 ไอ้หินกลิ้ง ไอ้โรลลิ่งสโตน!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2012, 03:08:33 pm โดย Tawee gibb »

yanophaso

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #91 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 04:31:13 pm »
อ้างถึง
สุดยอดพระยุคใหม่ – ติดจรวด
หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก แสวงหาไออุ่นแห่งศรัทธา ในอเมริกา
ดิฉันได้รับคำเชิญไปร่วมทำบุญวันเกิดจากลูกสาวที่ทำอยู่บริษัทการบินไทย วิจาริณี ศรีพิพัฒน์ น้องตุ๊ยตุ่ย ที่ถือกำเนิดเกิดมาบนความเจ็บปวดปนความสุขของดิฉัน ในวันที่ 3 พฤษภาคม เมื่อสี่สิบกว่าปีมาแล้ว ลูกสาวบอกว่าได้มีโอกาสต้อนรับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังคนหนึ่งของประเทศไทยคือ พระอาจารย์ ดร.วีรพล ฉัตติโก(หลวงปู่เณรคำ) เมื่อตอนเครื่องการบินไทยลงสนามบินเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา หลวงปู่เณรคำท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าขันติธรรม บ้านยาง จ. ศรีสะเกษ ผู้สร้างพระแก้วมรกตจำลองหน้าตัก 15 เมตร องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จะว่าดิฉันเชยไม่ทันเหตุการณ์ก็ได้ ดิฉันไม่รู้จักท่าน ไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของท่านมาก่อน อาจเป็นเพราะอยู่ที่นี่มานาน และ ไม่ได้ติดตามข่าวพระสงฆ์องค์เจ้าซักเท่าไร นอกจาก หลวงพ่อที่เคยรู้จัก เช่น หลวงพ่อคูณ หลวงตาบัว หลวงปู่ดูลย์ท่านเจ้าคุณนอร์ หลวงปู่แหวน หลวงปู่มั่น ที่โด่งดังมาก่อน แต่ดิฉันก็รับคำลูกสาวเพราะเป็นวันเกิดของลูกที่รักดีใฝ่ธรรมจากจิตใต้สำนึก ของลูกเอง ต้องการไปทำบุญวันเกิดถวายสังฆทานอุทิศ่วนกุศลให้กับคุณตาคุณยายในวัน อาทิตย์ที่ 1พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่พอทราบระยะทางที่ไปบ้านขันติธรรม จากบ้านหรือจากที่ทำงานของดิฉันนั้น มีระยะทางถึงเที่ยวละ 80 ไมล์ ไปกลับ 160 ไมล์ทีเดียว ทำให้ไม่แน่ใจต้องคิดหนัก เพราะไม่ชอบนั่งรถไปไหนไกลๆสักเท่าไร แต่คงเป็นเพราะบารมีของหลวงปู่เณรคำ ดิฉัน จึงได้ไปตามนัด ถึง บ้านขันติธรรม 32140 Ortega Hwy, Lake Elsinore, CA. 92530 เวลา 5 โมงเย็น
ได้คุณเจี๊ยบอดีตเจ้าของอู่ Dee Towing เพื่อนลูกสาวเป็นผู้ให้ความสะดวก นำพาไปกราบหลวงปู่เณรคำ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ดิฉันพบท่าน สงสัยในใจว่าทำไมดูหนุ่มกว่าที่ผู้คนเขาเรียกหลวงปู่ อีกทั้งยังได้ยินกิติศัพท์ มาว่าท่านสำเร็จอรหันต์ กระดูกเป็นแก้ว ทำให้หมอที่รักษาต่างพากันตื่นเต้น ถวายเงินทำบุญเป็นล้านๆบาท ป้าน้อยส้มตำ ลูกศิษย์ก้นกุฏิ เอารูปที่ถ่ายมาจากฟิล์มเอ๊กซเรย์กระดูกของท่านมาให้ดู (ในภายหลังที่สำนักพิมพ์ข่าวสดยูเอสเอ) เราได้สนทนาธรรมกับท่านเล็กน้อย เพราะมีพุทธศาสนิกชนที่เรารู้จักคุ้นเคยกันเกือบหมด เช่น คุณสมหมาย คุณรอสลิน ปัทมคันธิน คุณอ้อย คุณคำวัง และ อีกหลายๆคนที่เป็นแฟนคลับของดิฉัน กำลังสนทนาธรรมกับหลวงปู่อยู่ น้องวิกกี้ลูกสาวได้นำอาหารแห้งเป็นข้าวเหนียวหนึ่งกระสอบ และน้ำดื่ม ถวายท่านพร้อมปัจจัยร่วมทำบุญ ด้วยการเช่าเหรียญรูปหลวงปู่องค์ละ $150.-เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง และ เงินทำบุญเพื่อสมทบถวายผ้าป่ามหาสังฆทานสร้างพระมหาวิหารครอบองค์พระแก้ว มรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จะมีขึ้น ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2011ที่ 32700 Riverside Drive Lake Elsinore, CA. 92530
ดิฉันคงมีวาสนาบารมีจากหลวงปู่ เพราะเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คุณศรีวงศ์ อาญาสิทธิ์เพื่อนบ้านคนงามที่มีสำนักงานอยู่ติดกันได้บอกบุญให้ดิฉันได้มี โอกาสนมัสการหลวงปู่ อีกครั้ง โดยมีพระเลขาสององค์ พร้อมด้วยพระอาจารย์อดิเรก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ พระอาจารย์สอนสวรรค์ แห่งวัดพุทธเมตตาธรรมมาให้พวกเราได้นมัสการพร้อมๆกัน เนื่องด้วยคุณศรีวงศ์ ได้นิมนต์มาฉันเพลที่สำนักพิมพ์ข่าวสด ยูเอสเอในวาระนสพ.ข่าวสดยูเอสเอจะครบรอบปีที่ 25 ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ดิฉันและสามีพร้อมด้วยเพื่อนสนิทมิตรสหายรวมทั้งคุณสุดเศวต ผู้จัดการใหญ่การบินไทย-คุณต้องตา เศวตโศภนก็มาร่วมด้วย
หลังจากถวายเพลแล้ว หลวงปู่ได้ให้พร พรมน้ำมนต์ และสนทนาธรรมตอบคำถามต่างๆอย่างเปิดเผย กับพวกเราอย่างเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นความสงสัยที่หลายๆพุทธศาสนิกชนฝากถาม เกี่ยวกับรถยนต์ โรลส์รอยซ์ คันละ 50 ล้านบาทไทยที่หลวงปู่เป็นเจ้าของถึง 4 คัน เครื่องบิน เจ็ท ที่กำลังสั่งทำจะแล้วเสร็จภายในปี สองปี อีก 2 ลำ เป็นเงิน 360 ล้านบาทไทย เงินสดที่ท่านนำเข้าอเมริกามาทีละหลายๆแสนเหรียญ เพื่อมาซื้อที่สร้างวัดขันติธรรม สร้างบ้านขันติธรรม และ สร้างตึกทำการมูลนิธิขันติธรรม เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจให้กับพุทธศาสนิกชนในอเมริกา พร้อมๆกับการสร้างที่ประเทศญี่ปุ่น
ท่านตอบอย่างฟันธงว่า ปัจจุบันนี้ มีการแข่งขันทางศาสนากันสูง ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก มีกิจกรรมข่าวคราวตลอด แต่ในทางกลับกันศาสนาพุทธไม่ค่อยมีใครรู้จัก ไม่ค่อยมีกิจกรรมให้ชาวโลกรู้ข่าวคราวสักเท่าไร หลวงปู่บอกถึงเวลาแล้ว ที่ควรจะมีการปฏิรูปแนวทางเผยแพร่ศาสนา สร้างความยิ่งใหญ่ทางด้านวัตถุ โชว์ให้เห็นว่าพุทธศาสนาไม่ได้ด้อยไปกว่าศาสนาอื่นใดเลย ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ต่างร่ำรวย แม้แต่องค์สันตะปาปายังมีเจ็ทส่วนตัวเลย จึงต้องแสดงให้เห็นว่าศาสนาพุทธก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร ฉะนั้นการที่พระสงฆ์ของศาสนาพุทธมีรถโรลส์รอยซ์ หรือ เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวถึง 2 ลำนั้น เป็นการดีเสียอีกที่จะให้ชาวโลกรู้จักพุทธศาสนากันบ้าง การสร้างพระแก้วมรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาสร้าง 2 ปี ด้วยเงินกว่า 50 ล้านบาททำด้วยหยกสีเขียว หน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 20 กว่าเมตร ยังไม่นับที่จะต้องทำเครื่องทรงทองคำแท้ 3 ฤดู ประดับด้วยเพ็ชรนิลจินดา ซึ่งต้องใช้ปัจจัยอีกมาก และต้องสร้างพระวิหารเพื่อความปลอดภัยจากหมู่มิจฉาชีพโจรผู้ร้าย เนื่องด้วยปัจจุบันนี้สาธุชนทั้งหลายมีจิตห่างเหินจากพระธรรมคำสอนของพระ พุทธเจ้า จึงต้องสร้างสิ่งเคารพบูชาอันยิ่งใหญ่ให้ผู้คนกราบไหว้เพื่อเป็นที่พึ่งทาง ใจสืบต่อไปนานแสนนาน
กับคำถามที่ว่า หลวงปู่มีภารกิจต้องเดินทางไปเผยแพร่ศาสนาในที่ต่างๆและต่างแดนนั้น ท่านบำเพ็ญภาวนาอย่างไร ท่านตอบว่าท่าน ไม่ต้องบำเพ็ญต่อไปแล้ว เพราะท่านบำเพ็ญมาจนสำเร็จ ได้แต่เผยแพร่ศาสนาด้วยการเทศน์ และ ท่านก็เป็นสุดยอดพระนักเทศน์ที่มีคะแนนนิยมสูงสุดอยู่ในขณะนี้อีกด้วย ดิฉันอดถามไม่ได้ว่า หลวงปู่ไม่แจกของที่ระลึกให้พวกเราเก็บไว้เป็นสิริมงคลกันบ้างหรือ ท่านตอบอย่างมีอารมณ์ขันว่า ยุค นี้เป็นยุคติดจรวด ไม่มีของอะไรที่ให้ฟรีๆอีกแล้ว ทุกอย่างล้วนมีค่าเป็นเงินหมด ซึ่งพวกลูกศิษย์สามารถเช่า(ซื้อ) เครื่องรางของขลังท่านได้ ตั้งแต่ หนังสือประวัติ ผ้ายันต์มงคล ไปจนถึงเหรียญรูปของท่าน

ที่มาhttp://www.sereechai.com/demo/news.php?no=7637
http://guideubon.com/news/view.php?t=115&s_id=1853&d_id=1853


อ่ะเดี๋ยวหาว่าตู่ขึ้นมาเอง ลูกศิษย์เขาถามไปซื่อๆ หลวงปู่ก็เลยตอบซื่อๆ แบบกันเอ๊ง... กันเอง
ชอบประโยคท้านอีกอันนะ เดี๋ยวนี้เขาไม่มีอะไรฟรีแล้ว หลวงปู่ขายทุกอย่างเลยเด้อ อิอิ ....

yanophaso

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #92 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 05:31:23 pm »
โทดที ลิงค์อันแรกมะติดต้องอันนี้.

http://www.sereechai.com/demo/news.php?no=7637&keyword=%CB%C5%C7%A7%BB%D9%E8%E0%B3%C3%A4%D3

ผู้เขียนใช้นามปากกาว่า super pat เป็นสื่อไทยในอเมริกา. เข้าทางหลวงปู่ละเว้ยเฮ้ย

yanophaso

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #93 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 05:43:17 pm »
เอ้าต่อเนื่ิองกันไป ความสงสัยเกิดขึ้นกับคนร้อยเอ็ดว่า ตึกโรงพยาบาลร้อยเอ็ดที่หลวงปู่จะสร้างไหงเงียบหายไปอย่างมีพิรุธ ประกาศรับบริจาคไปตั้งมากมาย เอมันยังไงกันน้าาาา

http://forum.khonkaenlink.info/index.php?topic=16831512.0

hangman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2372
  • ได้รับการอนุโมทนา 23
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #94 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2012, 07:37:12 pm »
โดนโลกกลืน

เมื่อก่อนคนไม่มีอะไร ก็ว่ากันไปว่าไม่อยาก
เดี๋ยวนี้มีอะไรมาก เรื่องไม่อยากก็ไม่มี
เรื่องที่ทำไปแล้วว่าง่าย กลายเป็นว่าต้องจัดพิธี
จะชั่วหรือจะดี ก็เห็นอยู่ ในการกระทำ

ภายนอกเป็นอย่างไร ภายในก็เป็นอย่างนั้น เป็นเรื่องความสัมพันธ์ ประสารกันทั้งนอกใน


คิดถึงองค์หลวงตา



กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #95 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2012, 12:14:27 am »

เห็นภาพนี้แล้วคิยังงาย!


เค้าอาจเอาไปทำเป็นpotrait ก็ได้มัง

โพสต์ท่าพอใช้ล่าย
แต่กลิ่นต้องปรับปรุงน่ะ!
(มะรู้นะ เห็นไอ้คิ้วที่ขมวดๆอยู่ข้างๆ และสายตาที่มองไปขนหรอมแหรมอย่างท้อแท้สิ้นหวัง คงให้อารมณ์ได้ประมาณเน๊มัง!)

เอิ๊ก...เอิ๊ก....555.... ;D ;D

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #96 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2012, 12:43:55 am »
อ้างถึง
ถามหน่อย...สอนตรง...ตรงกับอะไร?....สอนถูก....ถูกกับอะไร?....

ตรงทางถูกทางตามที่พระพุทธองค์สอนไว้ทำไมต้องถามเรื่องง่ายๆ

แล้วทำไม....คำถามที่ว่า...ถ้าพระปราโมทย์..กางพระไตรปิกฎเทศน์เลยนี้..คุณคิดว่า..สอนตรง....สอนถูกมั้ย?....ทำไมไม่ตอบ

อิอิ...

กบนอกกะลา

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 300
  • ได้รับการอนุโมทนา 4
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #97 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2012, 01:11:12 am »

อ้างถึง
แต่ที่ผมฟังหลวงปู่เณรคำได้นี้....ไม่ใช่ลงใจเพราะคำเทศน์คำสอนนะ...แรกที่ลงใจได้เพราะครูบาอาจารย์ของผม...เวลาฟังทำให้ใจเข้ากลางได้แม้ไม่กลางป๊ะ...แต่ไม่ลบจนเกินไป...ใจว่าง...ฟังแล้วเป็นสมาธิ....ทีนี้พอธรรมนอกกระทบหู...ธรรมในมันก็เกิด....จุดมันอยู่ตรงนี้

เชื่อโดยที่คนอื่นบอกเนี่ยยิ่งแล้วใหญ่


อิอิ...คุณเชื่อหลวงตามั้ย?...เชื่อเพราะอะไร...เชื่อเพราะพูดตรงตามตำราหรอ?...555

ผมเชื่อหลวงตานะ....ก็เหมือนกับที่ผมเชื่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของผมนั้นแหละ...อิอิ

กว่าจะเชื่อนี้...มันได้ผ่านกระบวนการต่าง ๆ เป็นแรมปี...หรืออาจจะหลาย ๆ ปีเลยก็ได้...จนศรัทธา....และเหลือเพียงคำสั้น ๆ ว่า...เชื่อ...แค่นั้น

แล้วคำว่า..เชื่อนี้...ไม่ใช่ท่านพูดอะไรมา..แล้วเราก็ว่าใช่ไปหมดทันที...อันนี้โง่แล้ว...ไม่ไช่ปัญญาในพระพุทธศาสนาแล้ว...

ความเชื่อความศรัทธา...นี้มีผลทำให้เราใว้ใจ...วางใจ...ใจก็สบาย ๆ...เทศน์สอนอะไรมา...เราก็พิจารณาธรรมนั้นได้ตรง...

ผมถึงว่างั้ยว่า...ถ้าไม่ลงใจนะก็อย่าไปฟังเลย...ไม่ได้ธรรมะอะไรหรอก...อิอิ


satoranai

  • media
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2112
  • ได้รับการอนุโมทนา 45
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #98 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2012, 06:53:55 am »
 clap. clap. clap. clap. clap.

สุดยอดครับ เณรคำแม่งสนตะพายกันแบบว่า ไม่รู้จะควายกันไปได้ขนาดไหน
ผมว่าเสื่อมสุดยอดแล้วล่ะ พุทธศาสนิกชนศตวรรษนี้

ไอ้บ้าอย่างเณรคำ อุบล สวนสันติธรรม ฯลฯ ถึงได้ทำการตลาดได้

ใครมีรูปเอ็กซเรย์พระทาดเณรคำช่วยเอาขึ้นมาทีเดะ

อ้างถึง
สุดยอดพระยุคใหม่ – ติดจรวด
หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก แสวงหาไออุ่นแห่งศรัทธา ในอเมริกา
ดิฉันได้รับคำเชิญไปร่วมทำบุญวันเกิดจากลูกสาวที่ทำอยู่บริษัทการบินไทย วิจาริณี ศรีพิพัฒน์ น้องตุ๊ยตุ่ย ที่ถือกำเนิดเกิดมาบนความเจ็บปวดปนความสุขของดิฉัน ในวันที่ 3 พฤษภาคม เมื่อสี่สิบกว่าปีมาแล้ว ลูกสาวบอกว่าได้มีโอกาสต้อนรับพระเกจิอาจารย์ชื่อดังคนหนึ่งของประเทศไทยคือ พระอาจารย์ ดร.วีรพล ฉัตติโก(หลวงปู่เณรคำ) เมื่อตอนเครื่องการบินไทยลงสนามบินเมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา หลวงปู่เณรคำท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าขันติธรรม บ้านยาง จ. ศรีสะเกษ ผู้สร้างพระแก้วมรกตจำลองหน้าตัก 15 เมตร องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จะว่าดิฉันเชยไม่ทันเหตุการณ์ก็ได้ ดิฉันไม่รู้จักท่าน ไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของท่านมาก่อน อาจเป็นเพราะอยู่ที่นี่มานาน และ ไม่ได้ติดตามข่าวพระสงฆ์องค์เจ้าซักเท่าไร นอกจาก หลวงพ่อที่เคยรู้จัก เช่น หลวงพ่อคูณ หลวงตาบัว หลวงปู่ดูลย์ท่านเจ้าคุณนอร์ หลวงปู่แหวน หลวงปู่มั่น ที่โด่งดังมาก่อน แต่ดิฉันก็รับคำลูกสาวเพราะเป็นวันเกิดของลูกที่รักดีใฝ่ธรรมจากจิตใต้สำนึก ของลูกเอง ต้องการไปทำบุญวันเกิดถวายสังฆทานอุทิศ่วนกุศลให้กับคุณตาคุณยายในวัน อาทิตย์ที่ 1พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่พอทราบระยะทางที่ไปบ้านขันติธรรม จากบ้านหรือจากที่ทำงานของดิฉันนั้น มีระยะทางถึงเที่ยวละ 80 ไมล์ ไปกลับ 160 ไมล์ทีเดียว ทำให้ไม่แน่ใจต้องคิดหนัก เพราะไม่ชอบนั่งรถไปไหนไกลๆสักเท่าไร แต่คงเป็นเพราะบารมีของหลวงปู่เณรคำ ดิฉัน จึงได้ไปตามนัด ถึง บ้านขันติธรรม 32140 Ortega Hwy, Lake Elsinore, CA. 92530 เวลา 5 โมงเย็น
ได้คุณเจี๊ยบอดีตเจ้าของอู่ Dee Towing เพื่อนลูกสาวเป็นผู้ให้ความสะดวก นำพาไปกราบหลวงปู่เณรคำ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ดิฉันพบท่าน สงสัยในใจว่าทำไมดูหนุ่มกว่าที่ผู้คนเขาเรียกหลวงปู่ อีกทั้งยังได้ยินกิติศัพท์ มาว่าท่านสำเร็จอรหันต์ กระดูกเป็นแก้ว ทำให้หมอที่รักษาต่างพากันตื่นเต้น ถวายเงินทำบุญเป็นล้านๆบาท ป้าน้อยส้มตำ ลูกศิษย์ก้นกุฏิ เอารูปที่ถ่ายมาจากฟิล์มเอ๊กซเรย์กระดูกของท่านมาให้ดู (ในภายหลังที่สำนักพิมพ์ข่าวสดยูเอสเอ) เราได้สนทนาธรรมกับท่านเล็กน้อย เพราะมีพุทธศาสนิกชนที่เรารู้จักคุ้นเคยกันเกือบหมด เช่น คุณสมหมาย คุณรอสลิน ปัทมคันธิน คุณอ้อย คุณคำวัง และ อีกหลายๆคนที่เป็นแฟนคลับของดิฉัน กำลังสนทนาธรรมกับหลวงปู่อยู่ น้องวิกกี้ลูกสาวได้นำอาหารแห้งเป็นข้าวเหนียวหนึ่งกระสอบ และน้ำดื่ม ถวายท่านพร้อมปัจจัยร่วมทำบุญ ด้วยการเช่าเหรียญรูปหลวงปู่องค์ละ $150.-เพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง และ เงินทำบุญเพื่อสมทบถวายผ้าป่ามหาสังฆทานสร้างพระมหาวิหารครอบองค์พระแก้ว มรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จะมีขึ้น ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2011ที่ 32700 Riverside Drive Lake Elsinore, CA. 92530
ดิฉันคงมีวาสนาบารมีจากหลวงปู่ เพราะเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คุณศรีวงศ์ อาญาสิทธิ์เพื่อนบ้านคนงามที่มีสำนักงานอยู่ติดกันได้บอกบุญให้ดิฉันได้มี โอกาสนมัสการหลวงปู่ อีกครั้ง โดยมีพระเลขาสององค์ พร้อมด้วยพระอาจารย์อดิเรก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ พระอาจารย์สอนสวรรค์ แห่งวัดพุทธเมตตาธรรมมาให้พวกเราได้นมัสการพร้อมๆกัน เนื่องด้วยคุณศรีวงศ์ ได้นิมนต์มาฉันเพลที่สำนักพิมพ์ข่าวสด ยูเอสเอในวาระนสพ.ข่าวสดยูเอสเอจะครบรอบปีที่ 25 ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ดิฉันและสามีพร้อมด้วยเพื่อนสนิทมิตรสหายรวมทั้งคุณสุดเศวต ผู้จัดการใหญ่การบินไทย-คุณต้องตา เศวตโศภนก็มาร่วมด้วย
หลังจากถวายเพลแล้ว หลวงปู่ได้ให้พร พรมน้ำมนต์ และสนทนาธรรมตอบคำถามต่างๆอย่างเปิดเผย กับพวกเราอย่างเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็นความสงสัยที่หลายๆพุทธศาสนิกชนฝากถาม เกี่ยวกับรถยนต์ โรลส์รอยซ์ คันละ 50 ล้านบาทไทยที่หลวงปู่เป็นเจ้าของถึง 4 คัน เครื่องบิน เจ็ท ที่กำลังสั่งทำจะแล้วเสร็จภายในปี สองปี อีก 2 ลำ เป็นเงิน 360 ล้านบาทไทย เงินสดที่ท่านนำเข้าอเมริกามาทีละหลายๆแสนเหรียญ เพื่อมาซื้อที่สร้างวัดขันติธรรม สร้างบ้านขันติธรรม และ สร้างตึกทำการมูลนิธิขันติธรรม เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจให้กับพุทธศาสนิกชนในอเมริกา พร้อมๆกับการสร้างที่ประเทศญี่ปุ่น
ท่านตอบอย่างฟันธงว่า ปัจจุบันนี้ มีการแข่งขันทางศาสนากันสูง ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก มีกิจกรรมข่าวคราวตลอด แต่ในทางกลับกันศาสนาพุทธไม่ค่อยมีใครรู้จัก ไม่ค่อยมีกิจกรรมให้ชาวโลกรู้ข่าวคราวสักเท่าไร หลวงปู่บอกถึงเวลาแล้ว ที่ควรจะมีการปฏิรูปแนวทางเผยแพร่ศาสนา สร้างความยิ่งใหญ่ทางด้านวัตถุ โชว์ให้เห็นว่าพุทธศาสนาไม่ได้ด้อยไปกว่าศาสนาอื่นใดเลย ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ต่างร่ำรวย แม้แต่องค์สันตะปาปายังมีเจ็ทส่วนตัวเลย จึงต้องแสดงให้เห็นว่าศาสนาพุทธก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร ฉะนั้นการที่พระสงฆ์ของศาสนาพุทธมีรถโรลส์รอยซ์ หรือ เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวถึง 2 ลำนั้น เป็นการดีเสียอีกที่จะให้ชาวโลกรู้จักพุทธศาสนากันบ้าง การสร้างพระแก้วมรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลาสร้าง 2 ปี ด้วยเงินกว่า 50 ล้านบาททำด้วยหยกสีเขียว หน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 20 กว่าเมตร ยังไม่นับที่จะต้องทำเครื่องทรงทองคำแท้ 3 ฤดู ประดับด้วยเพ็ชรนิลจินดา ซึ่งต้องใช้ปัจจัยอีกมาก และต้องสร้างพระวิหารเพื่อความปลอดภัยจากหมู่มิจฉาชีพโจรผู้ร้าย เนื่องด้วยปัจจุบันนี้สาธุชนทั้งหลายมีจิตห่างเหินจากพระธรรมคำสอนของพระ พุทธเจ้า จึงต้องสร้างสิ่งเคารพบูชาอันยิ่งใหญ่ให้ผู้คนกราบไหว้เพื่อเป็นที่พึ่งทาง ใจสืบต่อไปนานแสนนาน
กับคำถามที่ว่า หลวงปู่มีภารกิจต้องเดินทางไปเผยแพร่ศาสนาในที่ต่างๆและต่างแดนนั้น ท่านบำเพ็ญภาวนาอย่างไร ท่านตอบว่าท่าน ไม่ต้องบำเพ็ญต่อไปแล้ว เพราะท่านบำเพ็ญมาจนสำเร็จ ได้แต่เผยแพร่ศาสนาด้วยการเทศน์ และ ท่านก็เป็นสุดยอดพระนักเทศน์ที่มีคะแนนนิยมสูงสุดอยู่ในขณะนี้อีกด้วย ดิฉันอดถามไม่ได้ว่า หลวงปู่ไม่แจกของที่ระลึกให้พวกเราเก็บไว้เป็นสิริมงคลกันบ้างหรือ ท่านตอบอย่างมีอารมณ์ขันว่า ยุค นี้เป็นยุคติดจรวด ไม่มีของอะไรที่ให้ฟรีๆอีกแล้ว ทุกอย่างล้วนมีค่าเป็นเงินหมด ซึ่งพวกลูกศิษย์สามารถเช่า(ซื้อ) เครื่องรางของขลังท่านได้ ตั้งแต่ หนังสือประวัติ ผ้ายันต์มงคล ไปจนถึงเหรียญรูปของท่าน

ที่มาhttp://www.sereechai.com/demo/news.php?no=7637
http://guideubon.com/news/view.php?t=115&s_id=1853&d_id=1853


อ่ะเดี๋ยวหาว่าตู่ขึ้นมาเอง ลูกศิษย์เขาถามไปซื่อๆ หลวงปู่ก็เลยตอบซื่อๆ แบบกันเอ๊ง... กันเอง
ชอบประโยคท้านอีกอันนะ เดี๋ยวนี้เขาไม่มีอะไรฟรีแล้ว หลวงปู่ขายทุกอย่างเลยเด้อ อิอิ ....

yanophaso

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 94
  • ได้รับการอนุโมทนา 0
Re: อย่างนี้เป็นสมถะ กับ วิปัสนาได้หรืิอไม่ครับ
« ตอบกลับ #99 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2012, 09:27:43 am »

อ้างถึง
แต่ที่ผมฟังหลวงปู่เณรคำได้นี้....ไม่ใช่ลงใจเพราะคำเทศน์คำสอนนะ...แรกที่ลงใจได้เพราะครูบาอาจารย์ของผม...เวลาฟังทำให้ใจเข้ากลางได้แม้ไม่กลางป๊ะ...แต่ไม่ลบจนเกินไป...ใจว่าง...ฟังแล้วเป็นสมาธิ....ทีนี้พอธรรมนอกกระทบหู...ธรรมในมันก็เกิด....จุดมันอยู่ตรงนี้


เชื่อโดยที่คนอื่นบอกเนี่ยยิ่งแล้วใหญ่



อิอิ...คุณเชื่อหลวงตามั้ย?...เชื่อเพราะอะไร...เชื่อเพราะพูดตรงตามตำราหรอ?...555

ผมเชื่อหลวงตานะ....ก็เหมือนกับที่ผมเชื่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของผมนั้นแหละ...อิอิ

กว่าจะเชื่อนี้...มันได้ผ่านกระบวนการต่าง ๆ เป็นแรมปี...หรืออาจจะหลาย ๆ ปีเลยก็ได้...จนศรัทธา....และเหลือเพียงคำสั้น ๆ ว่า...เชื่อ...แค่นั้น

แล้วคำว่า..เชื่อนี้...ไม่ใช่ท่านพูดอะไรมา..แล้วเราก็ว่าใช่ไปหมดทันที...อันนี้โง่แล้ว...ไม่ไช่ปัญญาในพระพุทธศาสนาแล้ว...

ความเชื่อความศรัทธา...นี้มีผลทำให้เราใว้ใจ...วางใจ...ใจก็สบาย ๆ...เทศน์สอนอะไรมา...เราก็พิจารณาธรรมนั้นได้ตรง...

ผมถึงว่างั้ยว่า...ถ้าไม่ลงใจนะก็อย่าไปฟังเลย...ไม่ได้ธรรมะอะไรหรอก...อิอิ


ใครพูดว่าตรงตามตำรา พูดยังงี้แสดงว่าฟังเทศน์หลวงตาไม่เป็นนี่หว่า หลวงตาท่านสอนทางดำเนินละเอียดแต่ขั้นต้นจนที่สุดเนี่ยก็บอกให้ไปฟังเทียบกับพระเณรคำว่ามีไหมไอ้ทางดำเนินแบบนี้  ให้ยกตัวอย่างมาก็ไม่เอามา แล้วบอกตัวเองเชื่อเพราะครูบาอาจารย์บอก เชื่อเพราะทำใจเป็นกลาง
ท่านกบ อ๊บๆจะมีภูมิสูงส่งวางใจเป็นกลางได้คนเดียวพระเณรคำว่าอะไรมากูเป็นกลางหมดแล้วถามว่าพุทธศาสนิกชนอีกเรือนหมื่นเรือนแสนที่ฟังด้วยเขาจะเป็นกลางได้เนื้ออรรถเนื้อธรรมอะไรไหม ฟังแต่คำอวดภูมิว่าจบกิจ ปล่อยวางๆ ปล่อยยังไงเล่า !!!

พระปราโมทย์เทศน์ยังมีภูมิกว่าด้วยซ้ำ 

ตอบมาเหมือนคนฟังเทศน์ไม่เป็นเลยนิ ถึงว่าจะเอาภาวนามยปัญญาอย่างเดียว เบื้องต้นการตั้งสัมมาทิฏฐิให้ถูกให้ตรงมาจากการฟังทั้งนั้นแหละ พระพุทธองค์สอนพระปัญจวัคคีย์ ท่านยังต้องกล่าวเพื่อปรับทิฏฐิให้ตรง

จะเอาธรรมลัดขั้นตอนโดดไปภาวนาเลย อิอิ แต่ฟังธรรมไม่ออกว่าอันไหนน้ำดีน้ำเสีย อิอิอ่ะลองดูนี่

http://m.youtube.com/watch?v=IarRxAmqHLg

หลวงปูบ่รู้จักปฏิจจสมุปปบาท ธรรมที่พระอรหันต์รู้เด้ หลวงปู่วางใจเป็นกลางแบบท่านกบ อ๊บๆ แล้วบรรลุเลยเด้อ

หลวงปู่เณรคำบอกเล่ากับลูกศิษย์ว่า เคยบำเพ็ญจนได้พระอนาคามีมาแล้วในชาติก่อนแล้วขอลงมาเกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา.(อันนี้ข้อมูลขี้เกียจหาและลองไปดูแถวๆ1000ทิบ น่าจะมี)

อย่างนี้พระพุทธองค์เคยตรัสบ่ ถูกตรงตามที่พระองค์ว่ามั้ยท่านกบ อ๊บๆ พระอนาคามี ละรูปภพไปแล้วยังจะมาเกิดเป็นมนุษย์ บารมีจะกล้าเกินคำตรัสพระพุทธองค์เด้อ. อิอิ


จะรับเทวดาปกปักษ์พระแก้วมรกตจำลองซักองค์มั้ยท่านก๊บ อบๆ องค์ละหมื่นเดียวน่า 840,000องค์เดี๋ยวหมดก่อนน่า วางใจเป็นกลางแล้วทำซักสิบองค์เด้ อ๊บๆ