ผู้เขียน หัวข้อ: เปิด 15 ข้อร้องเรียนกรณีพระปราโมชย์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรีเก็บใส่ลิ้นชัก ส่อแวว "ก  (อ่าน 1213 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

วนิลา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
  • ได้รับการอนุโมทนา 1
เปิด 15 ข้อร้องเรียนกรณีพระปราโมชย์ เจ้าคณะจังหวัดชลบุรีเก็บใส่ลิ้นชัก ส่อแวว "กังฉิน" ครองเมือง

ธรรมยุตเดี๋ยวนี้ไม่ธรรมดา ยกย่องคนตอแหลเป็นพระอริยะบุคคล แถมอุ้มสมกันหน้าด้านๆ ไม่อายชาวโลก เห็นแล้วก็อดสูใจแทนพระภิกษุวชิรญาณเสียจริง แรกนั้นท่านมุ่งมั่นจะปฏิรูปพระศาสนา จึงสร้างคณะธรรมยุตขึ้นมา หวังจะให้เป็นนิกายที่ดีพร้อม ทั้งวิชชาและจรณะ เป็นตัวอย่างแก่นิกายเดิมที่เลอะเทอะ แต่เดี๋ยวนี้ขี้เต็มก้นกว่าเขาเสียอีก

มีนาคม 2553

เรื่อง การขอให้ตรวจสอบว่าอาจมีการกระทำความผิดจริงหรือไม่

กรณี พระปราโมทย์ ปาโมชฺโช

ที่อยู่                  สวนสันติธรรม 332  ม.6 หนองขาม ศรีราชา ชลบุรี 20110

พระอุปัชฌาย์     พระราชวรคุณ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์

บวชเมื่อ             30 มิถุนายน 2544   ที่ วัดบูรพาราม   8 พรรษา  ขณะอายุ 49 ปี

อายุ                   57 ปี เกิด 6 ธ.ค. 2495
 

ขอให้ตรวจสอบว่าอาจมีความบกพร่องในความเป็นพระ 13 เรื่อง จริงหรือไม่

1. บวชแล้วไม่อยู่วัด

สร้างที่พักให้ตนและภรรยาในที่ดินที่ยืมจากพระรูปหนึ่งตั้งชื่อว่าสวนโพธิ์ เมื่อเสร็จพิธีบวชที่สุรินทร์ก็เดินทางกลับมาอยู่ที่สวนโพธิ์ กับภรรยา ซึ่งขณะนั้นก็เป็นฆราวาส กับเด็กอุปัฏฐากรับใช้ 1 คน ขอตั้งเป็นวัดแต่ชาวบ้านในหมู่บ้านลงชื่อค้าน ชาวกรุงนึกว่าเป็นวัด เร่งไปทำบุญ

2. ไล่พระผู้ใหญ่ออกจากสวน

พระเจ้าของที่ดินท่านเมตตาส่งพระพรรษามากมาอยู่ด้วย ก็เชิญท่านออกไป

3.โอนเงินทำบุญให้ภรรยา

เมื่อเหลือพระเพียงรูปเดียว เงินที่โยมมาทำบุญก็เล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดฟังว่า ปี 2549 มีเงิน 10 ล้านให้ภรรยา 5  ล้าน ให้ตน 5  ล้าน โดยแยกเป็น 2 บัญชีในชื่อ นางอรนุช สันตยากร ในรูปของพันธบัตรรัฐบาล  และเงินฝาก ธนาคาร จนถึงตอนย้ายวัด จึงย้ายบัญชี ในเดือนมีนาคม 2549 

4. โอนวัดใหม่มูลค่ากว่า 60 ล้านให้เมีย

เมื่อย้ายไปที่ใหม่ คือสวนสันติธรรมซึ่งโยมร่วมกันบริจาค วันโอนที่ดินได้โอนให้เมียตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน มีนาคม 2553 ก่อนถูกตรวจสอบไม่ยอมจดเป็นวัดหรือมูลนิธิ โยมจึงพยายามประกาศให้คนรู้

5. อวดอุตริว่าเป็นพระอรหันต์

อวดว่าตนเป็นพระอริยะตามวันดังนี้

กันยายน 2525 เป็น โสดาบัน

วันเข้าพรรษา 2526 เป็น พระสกิทาคามี

7 กุมภาพันธ์ 2547 เป็น พระอนาคามี

6 มีนาคม 2548 เป็น พระอรหันต์
 

ทั้งในข้อเขียนและการเทศน์ซึ่งมีผู้บันทึกเทปไว้จำนวนมาก  www.antiwimutti.net และพยานบุคคล เมื่อถูกเปิดโปงกลับแก้ตัวว่าไม่เคยอวด ทำให้ศิษย์รู้ความจริงว่าไม่ใช่พระอริยะ เพราะถ้าใช่จะโกหกว่าไม่เคยพูดไม่ได้ จึงมีผู้ร้องเรียนว่าถูกหลอกให้ทำบุญไปจำนวนมาก

6. ตั้งเมียซึ่งเพิ่งบวชเป็นชีเป็นไวยาวัจกรดูแลเงินทั้งหมด

คนคิดว่าเป็นอรหันต์จึงแห่ไปทำบุญมากเป็นเงินสดทุกวัน ซึ่งตั้งให้ชีอดีตภรรยาเป็นผู้เก็บเงินสดไปนำฝากธนาคารโดยแม่ชีขับรถยนต์ไปเอง พร้อมทั้งเดินช็อปปิ้งทานอาหารในห้างโรบินสันศรีราชาใกล้ธนาคาร

7. หลอกว่ารู้วาระจิตคน

คนทำบุญเยอะเพราะพูดทักจิตว่าคุณกำลังคิดอยู่ ทำให้มีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมากว่าเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ มีหลักฐานเป็นไฟล์เสียงสาธารณะจำนวนมาก ทั้งทีผิดวินัยสงฆ์ พระพุทธเจ้าห้าม

8. หลอกให้เสียทรัพย์

อาทิ กรณีแม่นมของนางสุวรรณี เต็งอำนวย กรรมการวัด เสียชีวิตลง พระ ป.ม ได้ให้ภรรยาไปขอบัตรประชาชนผู้ตายมา และอ้างว่าได้ไปสนทนากับผู้ตายซึ่งตกไปอยู่ในภพภูมิที่ไม่ดีแต่ได้สั่งสอนจนได้ไปอยู่ในที่ดีแล้วและอนุญาตให้เอาเงิน 1 ล้านที่แม่นมได้สะสมมาทั้งชีวิตมาทำบุญกับตนได้

นางสุวรรณีจึงนำเงินมาให้และบางส่วนนำไปซื้อของตามที่พระและชีต้องการเช่น แอร์ ตู้เย็น เครื่องเสียง โซฟาหนัง เก้าอี้นั่งเล่นชมสวน จักรยานออกกำลัง กางเกงขาสั้นรัดรูปสำหรับใส่ปั่นจักรยาน (พระใส่ได้หรือ)

อีกทั้งยังได้หลอกนางสุวรรณีและคณะว่า เมียตนเคยเป็นพระศรีสุริโยทัย วีรกษัตรีย์  พระ ป.ม. เป็นพระเฑียรราชา เหล่ากรรมการเป็นแม่ทัพนายกอง จึงต้องมารับใช้

หลอกว่าระลึกชาติได้

หลอกว่ากลางคืนต้องไปเทศน์ให้เจ้าป่าเจ้าเขาฟัง

หลอกว่าเหาะไปสอนแม่ของนางชีบนสวรรค์และพาลงมาหัดเดินจงกรมใหม่จนได้บรรลุธรรม

หลอกว่าตนเป็นพระอรหันต์ที่มีปัญญาเป็น 40% ของพระสารีบุตร (ถามพระบอยซึ่งย้ายไปอยู่วัดบุญญาวาส จ.ชลบุรี)

หลอกให้หลงเชื่อด้วยการแต่งตั้งศิษย์เป็นพระอริยะจำนวนมาก มีพยานบุคคลและหลักฐานเป็นไฟล์เสียงสาธารณะ

หลอกมอมเมาคนว่าพระและคนที่ออกมาเปิดโปงตนถูกคุณไสยมนต์ดำมีหลักฐานเป็นไฟล์เสียงสาธารณะ
 
9. เรี่ยไรเงินมาสร้างวัดแต่ไม่จดแม้เป็นที่พักสงฆ์ แต่อยู่จำพรรษาในที่ซึ่งเป็นของภรรยา ตลอดตั้งแต่ปี 2549 โดยขอใบอนุญาตจากอุปัชฌาย์

10. ทำสิ่งที่พระไม่ควรทำเพราะโลกติเตียน

อาทิ ใส่กางเกงขาสั้นรัดรูปบอดี้โกลฟ ทั้งสามีและภรรยา

ไม่บิณฑบาต อวดอุตริ  เปลี่ยนคำสอนของครูบาอาจารย์ ตำหนิวิธีของสำนักอื่น หลอกโยมที่รวยๆ ว่าเคยเป็นพ่อลูกกันมา 31 กัลป์ (ทั้งเขียนด้วยลายมือพระ ป.ม. เป็นหลักฐาน ว่าเคยเป็นพ่อลูกกัน) ทำวัดเป็นเขตหวงห้าม ให้เข้าเฉพาะ เวลาสั้นๆตอนเช้า ในวันที่กำหนด กินข้าวกลางวันในกุฏิเมีย มีโทรศัพท์สายภายในเพื่อคุยกับชี ชอบไปพักผ่อนในบ้านตากอากาศของศิษย์

11.  เอาทรัพย์ผู้อื่นมาเป็นของตน

ศิษย์ครอบครัวหนึ่งก่อนมีการสร้างวัดได้ทำบุญเป็นเช็ค 1 ล้านบาท ภายหลังเมื่อมีบัญชีสร้างวัดแล้วได้ทำเพิ่มอีก สามล้านไม่รวม เบ็ดเตล็ด วันหนึ่งรู้ความจริงจึงแยกตัวออกไปพระ ป.ม. ได้เทศน์ว่าร้ายเป็นอันมาก และเขียนในประวัติวัดตนว่าเมียตนเป็นผู้บริจาค เงินหนึ่งล้านเศษ 

มีผู้ไปถามว่าก่อนบวชยากจนมาก เงินหนึ่งล้านเป็นของศิษย์ผู้นั้นมิใช่หรือ พระ ป.ม ได้นำเงินทำบุญของผู้อื่นมาแอบอ้างว่าเป็นเงินของภรรยาตนโดยที่เจ้าของไม่ได้ให้ (เกิน 4  มาสก ผิดข้ออาบัติปาราชิก)

12.  ตัดไฟคนที่หุ้นกัน

ตอนซื้อที่ดินชวนให้ศิษย์ที่ซื้อที่ติดกัน ออกค่าดึงไฟแรงสูงเข้าที่ตาม: )ส่วนที่ดินที่แต่ละคนถือครองโดยใส่ชื่อเมีย พอศิษย์รู้ว่าตนไม่ดีตีตัวออกห่างก็ตัดไฟเขา ผู้ลงหุ้นขอให้แยกมิเตอร์ก็ไม่ยอมตัดไฟเขาจนเขาไปแจ้งความที่ ส.น ศรีราชา จึงเอาเช็คส่งไปรษณีย์มาให้ เหมือนคนที่ไปชิงทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ไปประกาศมีหลักฐานเป็นไฟล์เสียงว่าเป็นไฟของตนแต่ผู้เดียวทำให้เขาเสื่อมเสียว่าเอาของวัด แล้วลับหลังมวลชนแอบเอาเช็คมาคืน เจ้าของเขาไม่ได้อนุญาต เขาต้องการสิ่งที่เขาเป็นเจ้าของคือสิทธิในการใช้ไฟ เขาจึงเก็บเช็คไว้เป็นหลักฐานยืนยันว่าพระองค์นี้รับรู้ว่าเป็นทรัพย์ส่วนของเขาโดยชอบธรรมจึงพยายามนำเงินมาคืน การละเมิดทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ผิด อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ

13.  สร้างที่พักแยกเขตเฉพาะของตนและภรรยา

ในสวนสันติธรรมแบ่งออกเป็นสามเขต คือ เขตฆราวาส เขตสงฆ์ และเขตสุดท้ายคือเขตเจ้าอาวาสกับชีอดีตภรรยา โดยขุดเป็นบึงใหญ่กั้น หากพระรูปอื่นในวัดจะเดินเข้ามาต้องผ่านสะพานข้ามน้ำ ยกเว้นพระอุปัฏฐากที่ใกล้ชิดหนึ่งรูป

นอกจากนี้ ชีได้สร้างถนนเกินไปในทีดินของศิษย์ข้างวัด จึงไปขอให้เขายกให้ ร่างสัญญาไปให้เขาเซ็น  ตัวเองกั้นรั้วตามแนวที่ต้องการแต่กลับไปนินทาว่าศิษย์กั้นรั้วเอาที่ตนไป ทั้งที่รั้วตนเป็นคนกั้น และไม่บอกใครว่าตนมีสัญญาขอให้เขายกที่ให้

 
ที่มา http://www.alittlebuddha.com/News%202010/November%202010/004%20November%202010.html