กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
11
สงสัยไกลตัวไป
จนไม่ปฏิบัติรึปล่าวท่านสงสัย
12
จะวัดสะดือสมุทรว่าลึกเพียงใด อย่าเอา ไม้จิ้มฟันไปพยายาม
วัดเลย บ่อฮู้ดิซิบอกหัย

   พระพุทธเจ้า ฝึกสมาธิจนได้ ฌานสมาบัติ8 แล้วพ้นทุกข์ไหม-งดกิน ไม่กิน จนมือลูบที่หน้าแข้งขนก็ล่วง-ผนังท้องติดกระดูกหลัง แล้วบรรลุไหม เห็นกายในกายไหม..ต้องกลับมากินใหม่แล้วจึงหาทางสายกลางพบ มัชฌิมปฏิปทา มรรคมีองค์8ไง อริยสัจจ์4ตามด้วย ปฏิจจสมุปบาท ใช่ไหมท่าน จอมวาทะศิลป์ อิอิ bored.
13
จะวัดสะดือสมุทรว่าลึกเพียงใด อย่าเอา ไม้จิ้มฟันไปพยายาม
วัดเลย บ่อฮู้ดิซิบอกหัย
14
คุณลองปฏิบัติให้ได้ก่อนสิมันจะมีมากกว่าที่ยกตัวอย่าง
อยากอย่างการอบรมจิตกว่าจะเอาชนะความตายได้มาได้นี่วิปัสสนาชัดๆครับ
การเห็นกายในกายก็เอามาพิจารณาให้เกิดความสลดสังเวชได้
แถมเรื่องพวกนี้ต้องดูจิตตนเองไปด้วยว่าควรอบรมยังไง
คุณติดแต่คำว่าปฏิบัติสมถะ-วิปัสสนาผมว่าขณิกะสมาธิคุณยังไม่ได้เลยมั้ง
   bored. ใช่ครับ มันมีมากกว่าตัวอย่างที่ท่านและผมยกมา..ผมนั้นยังไม่ได้อะไรเลยขนิกะก็ยังไม่ได้ครับ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาที่ผมกำลังวิเคราะห์และชวนสนทนาธรรมนี่
  ผมเห็นพระสงฆ์ไทยที่นั่งสมาธิ6โมงเย็นถึง6โมงเช้าแล้วหลายองค์..ไม่หลับไม่นอนหลายวัน..ผลที่ได้แค่สมถะเท่านั้น ยังไม่เห็นสำเร็จอะไรมาเลย อย่างน้อย2-3 องค์มาแล้วนั่นเห็นความตายไหมครับ
 เขาเห็นกายในกายไหมครับ บางองค์อ้างสามารถยกจิตอยู่เหนือเวทนาได้-แต่ยังออกตระเวนเทศน์หาเงินทำบุญอยู่เลย นั่ยนแสดงถึงมีปัญญาอะไรทางพุทธศาสนามาเป็นที่พึ่งครับ..ยังไม่รู้จักหน้าที่ตนเองที่บวชเข้ามาเลย การปล่อยวาง ละ-ลด ทำได้ไหมครับ
  ฤษี-ชีไพร-ที่อินเดีย นั่งสมาธิจนเล็บงอกทะลุเนื้อ-ยกมือขึ้นจนไม่สามารถยกลงได้จนปัจจุบัน-ก้มหัวมุดดินอยู่เป็นเดือน ปัจจุบันที่อินเดียยังเอามาทำเป็นสารคดีอยู่จนปัจจุบันนั่นเห็นกาย ในกายไหมครับ
  สรุป ทุกอย่างมันต้องใช้ปัญญานำก่อนที่จะปฎิบัติ หากมาอ้างว่าทำไปก่อนแล้วจะเกิดปัญญาเอง ผมไม่เห็นด้วยเด็ดขาด ครับ ท่านผ่านใจเย็นๆครับ สนทนาแบบคนกันเอง อิอิ :-*
15
คุณลองปฏิบัติให้ได้ก่อนสิมันจะมีมากกว่าที่ยกตัวอย่าง
อยากอย่างการอบรมจิตกว่าจะเอาชนะความตายได้มาได้นี่วิปัสสนาชัดๆครับ
การเห็นกายในกายก็เอามาพิจารณาให้เกิดความสลดสังเวชได้
แถมเรื่องพวกนี้ต้องดูจิตตนเองไปด้วยว่าควรอบรมยังไง
คุณติดแต่คำว่าปฏิบัติสมถะ-วิปัสสนาผมว่าขณิกะสมาธิคุณยังไม่ได้เลยมั้ง
16
เช่นนั่งภาสวนาแล้วเจอแสงของโอภาสเกิดสงสัยก็ไปถามท่านได้
เช่นนั่งภาวนาเห็นโครงกระดูกก็ไปถามท่านได้
เช่นภาวนาผ่านความตายก็ไปถามท่านได้ว่าต้องไปต่อยังไงครับ
   ท่านผ่านมาเฉยๆ..นั่นมันเรื่องของนิมิตร ตีความเองก็ได้ มันมิใช่ .."ปัญญา"..ในการที่จะทำให้เข้าใจ ละวางหรือ ปลดปล่อยกิเลสลงได้  นิมิตรนั่นเกิดจากสมถะสมาธิ แม้จะจัดว่าเป็นภาวนาอย่างหนึ่งก็ตาม แต่ก็ต้องตีความนิมิตรนั้นอย่างแยบคายอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งก็ต้อง อาศัยปัญญา "คิด" อยู่ดีครับ เผลอๆตีความผิด คิดผิด อาจทำให้หลงไปใหญ่ครับ bored.
17
ฝากร้านรถเช่า ราคาประหยัดด้วยนะค่ะ

http://www.vouchercar.com

ขอบคุณค่ะ

18
เช่นนั่งภาสวนาแล้วเจอแสงของโอภาสเกิดสงสัยก็ไปถามท่านได้
เช่นนั่งภาวนาเห็นโครงกระดูกก็ไปถามท่านได้
เช่นภาวนาผ่านความตายก็ไปถามท่านได้ว่าต้องไปต่อยังไงครับ
19
อีกอย่างตอนภาวนาเสร็จไปเจออะไรก็ต้องไปถามคนสอนด้วยอยู่ดีมันก็มีปริยัติอยู่ในนั้นด้วยอยู่แล้วครับ
  การถามคนสอน ก็ต้องใช้คำตอบมาคิดใช่ไหมครับ..แล้วถ้าหากเราคิดซะเองเลยไม่จำเป็นต้องไปถามคนสอนล่ะครับไม่ดีกว่ารึ ..ท่านผ่าน ขยายหน่อยครับ อิอิ :-*
20
ถ้าเฝ้าไปฝึกที่วัดฟังพระท่านเทศนาว่าการ
มันก็เป็นปริยัติในตัวอยู่แล้ว
ส่วนคิดน่ะไม่ต้องใช้ครับ
เพราะถ้าเจอของจริงมันจะสลดและปล่อยวางให้เองครับ
  ขอโทษ เจออะไรครับ ที่ไม่ต้องคิด และสามารถทำให้สลดและปล่อยวางได้ ท่านผ่าน..ช่วยขยายหน่อยครับ อิอิ :-*
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10